อารีย์

posted on 01 Dec 2016 17:25 by inthemoodforlove

ทำไมทุกครั้งอะไรๆต้องเกิดขึ้นที่อารีย์

ฉันเจอแฟนคนปัจจุบันก็ที่วิลล่าอารีย์

ฉันนัดเจอเธอ คนที่ไม่เจอกันสามปี ที่อารีย์

และมีค่ำคืนฝนตกหนักกับร่มสีม่วงด้วยกัน

ร่มที่ตอนนี้พังไปแล้ว

 

ฉนไม่ได้คิดว่าจะชอบเธอ

แต่จู่ๆก็เผลอชอบไปได้อย่างไร

หรือมันเป็นความประทับใจที่พุ่งตัวถึงขีดสุด

ฉันก็ไม่รู้

รู้แต่ว่าอยู่กับเธอแล้วสบายใจ

แล้วหัวเราะได้มากมาย อย่างที่ไม่เป็นมานานแล้ว

 

ซอลต์อีกแล้วสินะ เรื่องราวชอบเกิดขึ้นที่นี่หรอ

หรือเพราะว่าฉันชอบซอลต์

ด้วยอะไรก็แล้วแต่ เธอเป็นคนตามใจจัง

แต่ก็ไม่ได้ตามใจจนเกินไป

เธอนั่งกดเล่นมือถือไป จนเสร็จ

ก็สามารถเงยหน้ามาต่อบทสนทนาได้ด้วย 

 

ชอบที่เรามีทัศนคติหลายๆอย่างคล้ายกัน

มันก็เลยไม่ยากจนเกินไป

 

ชอบตรงไหนก็ไม่รู้แต่ว่าชอบ

คิดว่าเธอน่ารักดี

คิดว่าเธอเป็นเด็กดี

แล้วตอนคุยกับพี่ชายเธอก็เขินมากด้วย

ตอนเธอบอกแม่ว่ามากะเพื่อนพี่ชาย

นี่ก็แปลกๆเหมือนกัน

ป่านนี้แม่คงงงอยู่

 

ได้เห็นว่าเธอนอนไม่หลับ

ฉันตื่นมาเห็นสเตตัสนั้น แล้วก็นอนไม่หลับตาม

ความว้าวุ่นนี้คืออะไร

ฉันงง

ความรู้สึกนี้คืออะไร

ฉันก็งงอีก

 

ไม่ได้อยากครอบครองเธอ

ไม่อยากเป็นเจ้าของเพราะกลัวจะต้องเสียเธอไป

เพราะฉันมีนิสัยไม่ดีเวลาไปยึดว่าใครเป็นแฟน

แต่อยากเจอเธอแบบนี้เรื่อยๆไป

อยากโทรหาบ้าง

มันจะเป็นไปได้ไหม

สักวันเธอก็คงมีแฟน

 

ตอนนั้นจะเจอเธอได้อีกรึป่าว

ฉันแค่รู้สึกสนิทกะเธอเร็ว

และก็อยากรู้จักเธออีก

อยากใช้เวลากะเธออีก

คิดภาพเราสองคนนั่งในบ้าน ต่างคนต่างอ่านหนังสือ

มันจะเป็นไปได้มั๊ย

มันก็ยังแปลกๆ

เพราะฉันยังไม่เคยคิดถึงเธอในแง่นั้นเลย

 

แต่เอาเป็นว่าเธอคือความรู้สึกดีๆในช่วงนี้

ขอบคุณมากๆนะ

 

สนูปปี้ 

โลกแฟนตาซีของฉัน

posted on 14 Sep 2015 00:27 by inthemoodforlove
เป็นอะไรที่คิดเอาเล่นๆว่า
เก่งขนาดนี้ หมายถึงเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน
ขับรถเก่งขนาดนี้ ไปไหนมาไหนได้เอง
ถึกขนาดนี้
แบกทุกอย่างได้เอง
แล้วใครจะอยากมาดูแล หืมม
 
ทั้งๆที่บางทีก็อยากมีคนอ้อนและดูแลเหมือนกันนะ
เลยขึ้นคานไปอย่างสง่างาม
ไม่ได้เอวบางร่างน้อยด้วย
เอวหนาเชีย ก็เลย... ขึ้นคานไปอย่างน่ารัก...
ฮิปโปน้อย...
 
แต่ก็เคยมีใครบางคนคิดว่าฉันตัวเล็ก
และตัวเล็กไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ
นั่นมันดีจัง...
 
เพื่อนบอกว่าดีออก เป็นผู้หญิงที่ทำอะไรเองได้ทุกอย่าง
หรือมันจะเก่งเกินไป
หมายถึงเรื่องการใช้ชีวิตนะ
ทั้งถอยจอดนู่นนี่ ทำไมชำนาญขนาดนี้
พอเจอผู้ชายที่ขับรถเก่งน้อยกว่า ลึกๆก็จะไปดูถูกเขา เบ้ปาก
เออ ฉันมันนิสัยแย่เนอะ แย่จัง...
พอวัวขับรถไม่เก่ง หรือหมูหยองที่บอกว่าตัวเองขับรถเก่ง แต่มันไม่เก่ง 
ก็จะไปรำคาญเขา... นิสัยแย่จริงด้วย...
แต่พวกขับรถเก่งก็จะปลื้มมากๆเลยนะ ชอบนั่งรถที่คนขับรถเก่งขับให้นั่งนะ
ส่วนตัวเป็นคนขับรถเร็ว และอาจจะดูน่ากลัวสำหรับบางคน
สำหรับตอนนี้ที่ไม่มั่นใจว่าเก่งอะไรในชีวิต
แต่พูดได้เต็มปากว่าขับรถเก่งกับจอดเก่งนะ
เป็นธรรมชาติมากๆเลย
เวลาขับรถ
ฉันแค่ปล่อยให้มันไหลไปตามจังหวะ ไม่เคยให้รถหยุด
และก็โฟลวดีด้วย
มีคนบอกว่าดีที่เป็นเฟิร์นขับ เลยถึงเร็วมาก
น้องสาวบอกว่าถ้าเป็นป๊าขับต้องอีกสองวันถึงแน่ๆ ก็ตลกดี
 
ดีที่สนิทกับเพื่อนคนนี้
ถือว่าสนิทมั๊ย นี่ก็คงจะสนิทแล้ว
เป็นเพื่อนที่เด็กกว่าสี่ปี มีอะไรบางอย่างที่เพื่อนบางคนของฉันไม่มี
นั่นคือความเข้าใจฉัน ที่รู้ว่าฉันเป็นแบบนี้เด๊ะเลย มันน่าชื่นใจอ่ะ
เพื่อนส่วนใหญ่ของฉัน เพื่อนเก่าของฉันที่ยังสนิทกันอยู่จนถึงตอนนี้ มีสิ่งๆนี้นะ มันดีมากๆเลย
 
ทำไมฉันเป็นคนใจดีจัง สำหรับวันนี้ และอีกหลายๆครั้ง
เป็นคนใจอ่อนที่สุด ตามแบบฉบับราศีมีนเป๊ะ
เค้าบอกว่าคนราศีกุมภ์มีรสนิยมแปลกที่สุด
ราศีมีนมีสิทธิ์โหนคานมากที่สุด
ราศีกุมภ์มีลางสังหรณ์แม่นที่สุด
ราศีมีนเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายมากที่สุด
ใช้เงินเก่งที่สุด
ก็จริง
ไม่มีอะไรจะจริงเกินนี้อีกแล้ว
ที่เขียนมาทั้งสองราศี เพราะคิดว่าฉันคาบเกี่ยวระหว่างสองราศี และดูจะตรงกับทั้งสองราศีเลย
 
ช่วงนี้คิดมากเรื่องรสนิยมของตัวเอง
พอโดนคำถามว่า ดาราไทยผู้ชายคนไหนเซ็กซี่ในความคิดเรา กลางห้องประชุม
ก็อึ้งไป คนที่เซ็กซี่น่ะหรอ... ก็พอมีล่ะมั้ง อย่าง ... ... 
ส่วนผู้ชายที่ชอบก็ดันไม่ได้เซ็กซี่ ไม่ได้ชอบคนเซ็กซี่ ออกจะเฟมินีน
อย่างแอนดริว เกร็กสันไปนู่น
อืมแต่น้องนาย ณภัทรยกให้นะคะ
แต่ก็ยังไม่ได้ชอบขนาดนั้น
บอกแล้วเป็นคนมีรสนิยมแปลกประหลาด 
ไปชอบคุณสถาปนิกไปโน่น
เป็นคนชอบอะไรที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
 
ชอบผู้หญิงเท่ อย่างพี่อ้อม สุนิสา เจี๊ยบ ลลนา
ผู้ชาย ไม่หล่อก็ไม่ชอบ พอเค้าหล่อ (หรือหน้าสวยอย่างที่เราชอบ) เค้าก็ไม่ชอบชะนี
แล้วพอไปชอบผู้หญิงเท่ สุดท้ายก็เป็นได้แค่เพื่อนกันไปเองบ้าง เค้าก็ไม่ชอบผู้หญิงบ้าง
เลยคิดว่าจะต้องห้อยโหนคานอย่างมีความสุขต่อไป
 
งานแต่งงานก็ไม่ชอบไป
เพื่อนตอนนี้ เพื่อนผู้ชายแทบไม่มี เพราะไม่มีอยู่แล้ว เรียนโรงเรียนหญิงล้วน มหาลัยก็หญิงล้วน 
มีเจอตอนไปเมืองนอกบ้าง 
แต่เอาจริงๆถ้ามีก็ไม่ถึงห้าคนได้
 
เพื่อนผู้หญิง ถ้าคบกันใหม่ก็ยากอีก เค้าคงกลัวเรา ไม่ก็ไม่เก็ทเรา 
เลยมีแต่เพื่อนชะนีเก่าๆที่คบกันมานานแล้ว
ถ้าเพื่อนใหม่ก็มีแต่เก้ง กวาง ตุ๊ด เกย์
ผู้หญิงแท้ๆนี่แหละแต่ค่อนข้างเท่และลุย ไม่ก็ผู้หญิงที่มีแฟนตาซีแปลกๆ
เรียกว่าดึงดูดคนแปลก ไม่มีเพื่อนปกติง่ะ
ใครเป็นเพื่อนฉันได้ก็น่าดีใจว่าคุณคือคนแปลก
นับวันก็จะชายขอบขึ้นเรื่อยๆ 
ถามว่ามีความสุขไหม ก็มีความสุขดี กับสิ่งที่เป็นอยู่
 
ตอนนี้แวดล้อมไปด้วยเพศทางเลือกทั้งที่ร้านดอกไม้และที่ทำงาน
มีแต่คนที่มีสีสัน และเป็นตัวของตัวเองมากๆ ทุกเพศเลย 
คือแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ
ไปเที่ยวกะเพื่อนเกย์ ไปดูหนังกะเพื่อนเกย์
ไปกินข้าวกะพวกเขา ทำกับข้าวกินกัน
นอนด้วยกัน
เพื่อนพาขึ้นจากสระน้ำในสภาพผู้ประสบภัยสึนามิ
กินเหล้ากัน
โอ๊ย มันจะแอดวานซ์ใหญ่แล้ว
หลังๆนี่เพื่อนชวนไปทะเลกะเขากะแฟนเขาด้วย
โอ๊ย... ฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเหลือแล้วสินะ ฮ่ะๆๆ
 
และตอนนี้จะให้กลับไปสังคมเก่าคงยากแล้วสินะ
ฉันไม่มีเพื่อนเป็นผู้หญิ๊ง ผู้หญิงสักคน
ก็คงได้แค่นี้อ่ะ เป็นแบบนี้มานานแล้ว 
ตอนอยู่ในท้องแม่คงได้รับฮอร์โมนที่เป็นเพศชายมากเกินไป
กรรม
 
และยังมีเรื่องเวลาอีก เป็นคนที่นัดเวลาไม่ค่อยได้ ถ้าเจอก็เจอกะทันหันเลย
เลยได้เจอเพื่อนคนนึงบ๊อย บ่อย 
นัดล่วงหน้ามักไม่ได้เจอ
ด้วยงานด้วย จู่ๆจะเลิกดึก จะโดนเรียกไปออกงาน ทำธุระ บลาๆๆ อะไรไม่รู้
เสาร์อาทิตย์ก็ทำร้านดอกไม้อีก
เพราะฉะนั้นก็คงโดนคำสาปร้านดอกไม้โสดกันอยู่แบบนี้
 
แล้วก็เป็นคนที่ไม่ชอบนัดอะไรล่วงหน้านานๆ
เพราะไม่รู้ถึงเวลานั้นจะอยากไปอยู่รึเปล่า
มึงอินดี้จังวะ
จะเหลือเพื่อนคบสักกี่คน ฮ่าๆๆ
แต่ก็ชอบใจสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มากเลยนะ
แล้วก็ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง
จะรับคนที่เข้าใจและยังอยู่กับเราได้นะ
 
เท่านี้แหละ มาเขียนแบบปลงๆผสมฮาๆและกึ่งเศร้าเล็กน้อย
(เล็กน้อยมากประมาณสิบห้าเปอร์เซ็นต์)
เพราะผ่านการปลงและยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็น
และความเปลี่ยนแปลงมาสักระยะใหญ่ละ
 
ดีใจที่ชีวิตเป็นแบบนี้นะ
ดีใจด้วย ที่พวกเธออยู่รอบๆตัวฉัน
มันดี ขอบคุณมากๆนะ 
 
:)
 
ป.ล. โปรเจคต์ที่อยากทำคือไปเรียนเต้นกับบอม โยคะทั้งฟลายและไม่ฟลาย ภาษากวางตุ้ง ทำสมุดอีก อยากมีสตูดิโอ อยากไปเยอรมัน ไปยุโรป เรียนร้องเพลง อยากทำหนัง อยากร้องเพลงตามผับด้วย เออตลกดี จะสามสิบแล้ว แต่คิดอะไรแบบนี้ ไม่คิดตั้งตัวหรือสร้างฐานะเลย ฉันแก่ช้า หรือไม่ยอมโต หรือวัยรุ่น... มันก็คงจะทุกๆอย่าง
 
แต่เอาเถอะ 
ก็เป็นแบบนี้ 
ยอมรับละ
ปลงละ
ละก็ชอบมันด้วย 
 
ใครมีอะไรคล้ายๆกันมาแชร์กันนะคะ 
 
 
 
1. ฉันเกิดที่เขตบางรัก สีลม ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ดีใจจังที่เกิดที่นี่ แม่มาฝากท้องที่นี่ แม้แต่ชื่อโรงพยาบาลก็บอกถึงพระเจ้าอยู่แล้ว ตอนเด็กๆฉันป่วยพ่อก็จะพาไปที่นี่เสมอ จนแม้โตแล้ว ก็ยังเป็นโรงพยาบาลที่ฉันชอบไป 
 
2. ตอนเด็กๆฉันชอบซิสเตอร์มาก เพราะรู้สึกว่าใจดี สอบเข้าป. หนึ่งได้ที่โรงเรียนพระแม่มารีอุปถัมภ์ ไปสอบเซนต์โยเซฟคอนแวนต์แต่ไม่ผ่าน สุดท้ายได้ที่โรงเรียนราชินี พ่อกับแม่จับเข้าที่นี่เพราะคิดว่าโรงเรียนที่ฉันสอบได้และอยากเข้าไกลเกินไป ประทับใจกับซิสเตอร์ใจดี ที่เก็บผมไว้ในหมวกสีขาว จำได้ว่าฉันบ่นและนึกเสียดายอยู่เสมอๆ
 
3. ตั้งแต่เด็กฉันมีญาติ เป็นลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งที่เป็นคริสเตียน คือไม่เหมือนกับคนอื่นๆในวงศ์ตระกูลเรา จำได้ว่าเธอมักโดนมองในแง่ลบกับการนับถือคริสเตียน ฉันเองไม่ได้รังเกียจอะไร ในใจนึกว่าอยากไปโบสถ์จัง ไปโบสถ์ได้มั๊ย จะได้ร้องเพลงคริสมาสต์เหมือนกับในหนังหรือเปล่า ฉันมีความกระตือรือร้นที่อยากจะไปโบสถ์มานานแล้ว เพราะฉันเคยดูหนัง ฉันชอบฟังเขาร้องเพลงกันในโบสถ์ ฉันคิดว่ามันเพราะมาก ญาติคนนี้แต่งงานในโบสถ์เช่นกัน ฉันได้ไปงานแต่งงานนั้นด้วย
 
4. ชีวิตฉันไม่เฉียดใกล้พระเจ้าอีกเลยเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งไปอยู่ญี่ปุ่นสามเดือน เมื่อปี 2006 ฉันคิดว่าสาเหตุหนึ่งที่เธอเลือกฉันต้องเป็นเพราะพระเจ้าโดยแน่แท้ เพื่อนสนิทของฉันตอนนั้นเป็นคริสเตียน เธอเคยเขียนจดหมายให้ฉันว่า God lead me to you as he send you to me. คำว่า God ในจดหมายของเค้าช่างยิ่งใหญ่และสะดุดใจฉัน จริงๆแล้วยังมีอีกหลายตอนในจดหมายที่เพื่อนกล่าวถึงพระเจ้าอยู่ประปราย อาจเพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนที่ฉันหลงรัก หลงใหล และชื่นชม ฉันจึงประทับพระเจ้าเอาไว้ในใจจากถ้อยคำของเพื่อนคนนี้
 
5. เพื่อนคนนี้ชอบฟังเพลงของ Rod Stewart เพลงที่ฉันชอบมากคือ Have I told you lately ซึ่งเธอเปิดให้ฟังอยู่บ่อยๆ วนกับเพลงอื่นๆที่มีอยู่ในลิสต์ เมื่อฉันเขียนนิยาย ฉันเลยมีโอกาสได้ดูเนื้อเพลงนี้ด้วย เป็นเพลงที่เกี่ยวกับพระเจ้าอีกเช่นกัน เป็นเพลงที่ฉันจำได้ว่าเธอเปิดให้ฟังที่รีสอร์ท และที่ระเบียง...
 
There's a love that's divine
And it's yours and it's mine
Like the sun
And at the end of the day
We should give thanks and pray
To the one, to the one
 
The one คนนี้จะเป็นใครไม่ได้ไปมากกว่า God สินะ ตอนที่แปลเพลงตั้งแต่ตอนเขียนนิยายนั้นก็รู้ว่าเป็น God แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ God
 
6. เคยอ่านหนังสือ secret แล้วเขาให้ตั้งสัญลักษณ์ในใจของตัวเองไว้หนึ่งอย่าง สิ่งนั้นคือ God ของคุณ ไม่ว่าเดินไปทางใด คุณจะได้เห็นสิ่งนั้นอยู่เสมอ จะได้ทำให้สุขใจ ไม่กระวนกระวายใจ แม้ในสถานการณ์ที่อาจจะยาก หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่ปกติ คุณจะได้อุ่นใจยิ่งขึ้น ของฉันกำหนดไว้ว่า สีม่วง และแน่นอน ตอนนี้ฉันกำลังนั่งในห้องแอร์เย็นเฉียบในเสื้อกันหนาวสีม่วงที่ไม่ได้ตั้งใจหยิบตัวนี้มาใส่เลย แต่มันเป็นตัวเดียวที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าขณะนี้
 
7. ฉันคุยกับพระเจ้าอยู่เสมอ และครั้งใดที่ขอพระเจ้า ท่านให้ทุกครั้ง (ทั้งๆที่ตอนนั้นฉันยังเป็นพุทธอยู่ก็ตามเถอะ การคุยกับพระเจ้าเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน และฉันคุยกับพระเจ้ามานานแล้ว)
 
8. ที่เกาหลีมีคนนับถือศาสนาคริสต์เยอะมาก และมีคนมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์อยู่บ่อยครั้ง โบสถ์ก็เยอะ แต่ฉันไม่เคยสนใจเลย 
 
9. ฉันเคยต้องไปสัมภาษณ์อาจารย์คนหนึ่งที่เกาหลี เธอสวยและมีเสน่ห์มาก ไปๆมาๆก็เลยนั่งคุยกันเลย นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอหน้าอาจารย์และคุยกับอาจารย์ เมื่อคุยกันเสร็จ อาจารย์ให้หนังสือเกี่ยวกับศาสนาคริสต์มาเล่มหนึ่ง วันนั้นตอนทางเดินกลับหอ อยู่ดีๆก็มีเสียงเพลง Wall in Your Heart ดังขึ้นในใจเอง
 
Cause there's a wall
In your heart
That no one can get through
And it's cold and it's dark
And you don't have a clue
 
ฉันจึงอีเมลไปบอกอาจารย์ท่านที่ให้หนังสือมาดังกล่าว ฉันพยายามจะอ่าน แต่อาจเพราะเป็นภาษาอังกฤษด้วย ฉันไม่กระตือรือร้นสนใจพอด้วย สุดท้ายก็ลืมๆไป ฉันคิดว่าพระเจ้าพยายามติดต่อฉันมานานแล้ว
 
10. ที่ญี่ปุ่น ฉันพาน้องๆไปดูโบสถ์แห่งหนึ่ง มากกว่าสนใจที่เป็นโบสถ์ของคริสต์ ฉันสนใจสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังมากกว่า แต่พอเข้าไปแล้วก็เกิดความรู้สึกสบายใจจนอยากจะอยู่นานๆ 
 
11. ที่ฮ่องกง ตอนออกไปเดินเที่ยวในเมืองคนเดียว ฉันเจอโบสถ์แห่งหนึ่ง ฉันเข้าไปหลบฝนตอนฝนตก และคิดว่าอยู่ในโบสถ์นี่ดีจังเลย สบายใจดีจังเลย ฉันอยากอยู่ในโบสถ์นานๆ
 
12. ตอนทำงานที่โอเรียนท์ไทย วันแรกที่ไม่รู้จักใครเลย ฉันเข้าไปนั่งกับเพื่อนคนหนึ่ง ฉันนั่งเขียนเนื้อเพลงในสมุด ตอนฟังเลกเชอร์อย่างตั้งใจ เธอถามว่าฉันเขียนอะไร แต่เธอไม่คิดว่ามันแปลก เราสนิทกันอย่างรวดเร็ว เธอช่วยฉันเอาไว้เสมอ เธอเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ตลก บ้า ฉลาด และมีเสน่ห์มากคนนึงที่ฉันรู้จัก เธอเป็นคนที่ฉันสนิทที่สุดแ