inthemoodforlove * ladysleepy
posted on 29 Dec 2011 16:11 by inthemoodforloveเพราะเธอบันทึกถึงฉันอย่างน่ารัก
ฉันก็เลยมาบันทึกถึงเธอมั่ง
เราเจอกันแล้ว
ในที่สุด ฉันก็ได้บันทึกเรื่องนี้แล้ว
ถึงจะเลทอยู่มากก็ตาม
ฉันชอบที่เธอบันทึก
และไม่คิดว่าต้องเพิ่มเติมอะไรอีก
ฉันกลับมาอยู่กรุงเทพแล้ว
ฉันเริ่มคุยกะใครคนหนึ่ง
ใครคนเดิมอีกแล้ว
ฉันมักใช้เวลาหมดไปกะการอ่านหนังสือ
และช่วยแม่เฝ้าร้าน
ถ้าคุณไม่ได้ชอบของที่คุณขาย
มันก็ออกจะเป็นงานน่าเบื่อ
ฉันมักง่วงหงาวหาวกลางวันอยู่บ่อยๆ
ที่ว่าจะไปเกียวโต
ก็ไม่ไปแล้ว
ฉันตัดสินใจอยู่นานว่าจะเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือญี่ปุ่นดี
ฉันไม่มีพื้นอะไรฝรั่งเศสเลย
แต่ฉันอยากไปปารีส
ฉันชอบภาษาญี่ปุ่น น่าจะคุยกับคนญี่ปุ่นได้มากกว่า
ฉันพูดญี่ปุ่นได้อยู่แล้ว แต่อยากไปฝึก ไปทบทวน ไปเรียนเพิ่มเติม
แต่สุดท้ายฉันก็สมัครเรียนเรียนภาษาฝรั่งเศสไป...
แพงกว่าสามพันด้วยล่ะ...
แต่ฉันก็สมัครไป...
ได้หนังสือมา
ที่ฉันยังไม่รู้เลยว่าต้องออกเสียงมันยังไง...
ฉันแค่ชอบบรรยากาศที่เรียน...
ฉันเริ่มหางาน
และฉันก็เริ่มส่งงานไปทางอินเตอร์เนต
มีอะไรให้แปลก็ดี
ดูเป็นงานที่เหมาะกับฉัน
ที่ไม่อยากไปบริษัท
ยกเว้นที่ทำงานจะบรรยากาศดี...
สุดท้าย... ไม่ว่าจะทำอะไร
สถานที่มักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของฉัน
เสมอเลย...
เธอเล่าให้ฉันฟังว่า
ที่ทำงานเธอมืดๆ หนาวๆ
เอ๊ะ มืดด้วยหรือเปล่านะ
ถ้าสว่างด้วยแสงแดดโอเค
แต่ว่าถ้าสว่างด้วยฟลูออเรสเซนต์นี่ฉันเกลียดจัง...
แต่ร้านของแม่ฉันก็เป็นแบบที่สองนี้
ถ้าฉันไม่บ้าบิ่นจนเกินไป
นอกจากจันทร์ถึงพฤหัส ที่เรียนเลอ กอ ดง เบลอแล้ว
เสาร์ อาทิตย์ เช้าเรียนภาษาฝรั่งเศส
เสาร์บ่ายฉันเรียนออกแบบเซรามิคด้วยได้ไหม
ทำไมตอนเด็กๆ จนตอนนี้มา
โรงเรียนไม่มีวิชาที่ฉันอยากเรียนนะ
มหาลัยก็เหมือนกัน
น่าจะให้ทุกคน
เลือกเรียนแต่วิชาที่สนใจจริงๆ
ที่ไม่สนอย่าไปฝืน อย่าไปบังคับ
เวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา น่าจะมีประโยชน์มากกว่านี้
ฮ่ะๆๆ
นอกจากนี้แล้ว
ช่วงนี้ฉันก็เปิดเพลงปาล์มมี่ฟังทุกวัน
นอกจากฟังก็ดูด้วย
ฉันว่าอัลบัมใหม่นี้
สวยไปหมดเลย
ทั้งมิวสิค
ภาพนิ่ง
หรือว่าปก
แล้วก็เป็นเพลงที่ฉันชอบมากที่สุด
มากกว่าทุกๆอัลบัมที่ผ่านมาด้วย
หัวกับเนื้อเรื่องดูไม่เข้ากันสักนิด
เอาเป็นว่าเหมือนฉันเขียนจดหมายเธอ
ละกันนะจ๊ะ
ว่ากลับมานี่ ฉันทำอะไรบ้าง
แต่อยากไปหนาวๆ และกินเหล้า คุยกะเธอ
อย่างจริงจัง
และมีเวลามากกว่านั้นจัง
ฮ่ะๆๆ
edit @ 29 Dec 2011 19:10:38 by in the mood for love
edit @ 30 Dec 2011 22:24:18 by in the mood for love
edit @ 30 Dec 2011 22:26:51 by in the mood for love
หวานขม
posted on 29 Dec 2011 15:44 by inthemoodforloveฉันทำอะไรแปลกๆ
ด้วยการ
จู่ๆ ฉันก็อีเมลไปหาเธอ
ถามว่า
ขออนุญาติคุยกับเธออีกครั้งได้ไหม
เพี้ยนเปล่าเนี่ย
แต่เราก็คุยกันมาพักหนึ่ง
ฉันจะดูแลใจตัวเองได้ไหม
ห้ามงอแงกับเธอนะ
ฉันผิดต่อถั่วหรือเปล่า
แบบนี้มันเรียกว่านอกใจหรือเปล่า
คงไม่ใช่ไหม
ฉันชอบเธอคนนี้มาตลอดกี่ปีแล้วล่ะ
ก่อนที่ฉันจะเจอถั่ว
ตอนนี้ฉันยังชอบเธออยู่หรือเปล่า
ไม่ต้องเขียนลงไป
ไม่ต้องบอกใคร
ฉันก็รู้แก่ใจดี
ถั่วเป็นเหมือนบ้าน ที่อบอุ่น
ฉันเจอถั่วได้ สัมผัสแตะต้องได้
แต่เธอเป็นอะไรที่เหมือนหลุดมาจากจินตนาการของฉัน
เหมือนไม่จริง
มาแล้วก็หายไป
แต่ฉันไม่เคยลืมประกายวับๆเหล่านั้นเลย
เธอมักทำให้ฉันตื่นเต้น เซอร์ไพรซ์ เสียใจ งอน
หรือยิ้มหวานๆ
หรือยิ้มอยู่คนเดียว
ฉันรู้ว่าจะได้เจอถั่วเมื่อไหร่
แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันจะได้เจอเธอเมื่อไหร่
เธอเหมือนจะหายไป
เราเหมือนจะหายกันไป
แต่แล้วเราก็ยังอยู่ข้างๆกันทุกครั้ง
ที่มีการเรียก
มันอาจไม่ใช่เราสองคน
เราอาจไม่ใช่แค่คนสองคนที่เคียงข้างกัน
ข้างๆเธออาจมีใครอยากอยู่ข้างๆเธอมากมาย
และข้างๆฉันก็เหมือนกัน
ฉันอยากเป็นคนเดียวของเธอ
และฉันว่าฉันพร้อมที่เธอจะเป็นคนเดียวของฉันด้วย
แต่ฉันไม่กล้าถาม ไม่กล้าบอก ไม่กล้าเสนออะไร
ฉันไม่กล้าเสี่ยงขนาดนั้น
ฉันเลยเล่นเบาๆ
คุยกับเธอเบาๆ
แต่ทุกคำจริงใจ
ใจฉันถลำลงไปทุกที
มันก็ใช่ที่ของมัน
แต่แรกอยู่แล้วล่ะ
เพียงแต่เราไม่เคยยอมรับ ในเวลาเดียวกันเลย
เรื่องฉันกับเธอ มันเหมือนปริศนา
แต่เพราะแบบนี้หรือเปล่า มันถึงเหมือนมีเสน่ห์
ฉันมักมีใครอยู่ข้างตัวเสมอ
แม้จะนึกถึงเธอ
และเธอจะเป็นที่หนึ่งในใจก็ตาม
เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยบอกเธอ
หรือว่าบอกไปแล้ว...
ผ่านตัวอักษรเหล่านั้น
แต่ฉันก็ตุ๊ด เหมือนที่เพื่อนคนหนึ่งเคยว่าฉัน
ฉันไม่เคยพูดว่าชอบใส่เธอเลย
ฉันใช้แต่ตัวอักษรบอกเธอไปเงียบๆ
แต่ครั้งนึงฉันเคยได้ยินนะ
เธอบอกฉัน
ว่าฉันเป็นคนที่เธอรัก
และฉัน เป็นคนที่เธอแคร์
ฉันแทบไม่อยากเชื่อหูเลย
แต่ตาโตจริงจังของเธอก็บอกฉันอยู่ใกล้ๆ
คืนนั้นมันคงดี
ถ้าหากไม่มีอีกคนของเธอ
ที่เธอก็ชวนเค้ามาเหมือนกัน
ฉันคิดอะไรไปมากมาย
ฉันเป็นแค่น้องสาวอย่างที่เธอเคยพร่ำบอกจริงๆหรือ
บางทีเธอก็จัดให้ฉันเป็นน้อง บางทีเธอก็จัดให้ฉันเป็นเพื่อน
เธอเคยบอกฉันว่าเธอมีแฟน
และตอนหลังเธอก็มาบอกฉํนว่า
เพื่อแก้สถานการณ์...
ตอนนั้นคิดอะไรสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ออก
ฉันไม่โกรธเธอเลย
แต่ขอเป็นเขินอีกทีจะได้ไหม
ตลอดกี่ปีที่ผ่านมานี่
เธอไม่คิดว่าฉันรู้จักเธอมากขึ้นเลยหรือไร
ฉันมีความสุขจริงๆที่เราตอบเมลกันไปมาอยู่แบบนี้
แต่ฉันก็รู้สึกผิดกับถั่วด้วย
ถั่วน้อย
เค้าเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
ที่มีความสำคัญมากกับฉัน
และที่สำคัญเขามาก่อน
เธอคงจะไม่เสียใจใช่ไหม
เรื่องนี้ฉันบอกถั่วไม่ได้
และฉันก็เข้าใกล้เธอกว่านี้ไม่ได้ด้วย
แบบนี้
น่าจะกำลังดี
จะไม่ดึงดัน จะไม่เรียกร้อง
แต่ว่า ฉันขออ้อนเธอบ้างเป็นบางเวลาจะได้ไหม...
แต่ฉันก็รู้สึกผิดกับถั่วอยู่ดี
อยู่เต็มหัวใจ
ถึงมันจะเป็นแค่ตัวอักษรที่ลอยไปมาโต้ตอบกันก็ตาม
แต่ฉันก็ไม่กล้าหยุด
ไม่กล้าหักดิบตัวเองอีกเช่นกัน...
ฉันรักเชียงใหม่
posted on 16 Dec 2011 10:54 by inthemoodforloveแต่รอบนี้คนที่ทำให้พิเศษยิ่งขึ้น
คือเพื่อนต่างๆที่ได้เจอ
เพื่อนที่อยู่ที่นี่
เพื่อนที่มาหาฉัน
เพื่อนที่ฉันขอเกาะไปเที่ยวด้วย
มีความพิเศษทั้งนั้น
มีความหลากหลาย
ตั้งแต่นอนคนเดียว
นอนหลายคน
นอนสองคน
ที่พัก
เปลี่ยนแทบทุกคืน
ตั้งแต่สี่ร้อยบาท
หกร้อย
พันสี่
สองพัน
ฟรี
เกือบไปนอนห้องรวมสามร้อยห้าสิบบาทแล้ว
แต่เพื่อนๆใจดีบอกว่าอย่าไปนอนเลย
และให้ฉันนอนด้วย
ระดับความสนุก
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันเลย
ฉันดีใจที่ได้เจอ lady sleepy แล้ว
ฉันคิดว่าเธอเหมาะสมกับชื่อนี้
ฉันไม่ชอบปลุกคน
และยังไม่กล้าปลุกคนต่อไป
ไม่ว่าจะใครก็ตาม
ยกเว้นกรณีเร่งด่วนจริงๆ
ฉันให้เธอนอนสบายๆ
ฉันเองลงมาหาไรกิน
ไม่รู้จะกินอะไรเช้าๆขนาดนั้น
ร้านแถวนิมมานไม่เปิด
ฉันเลยกินกาแฟก็ได้
ร้านที่บอกว่าบาริสตาได้อันดับหกของโลก
อร่อยดีนะ
อร่อยเลยล่ะ
ฉันชอบรสที่เขาทำนะ
แต่ควรเลือกเวลาไป
เพราะว่าถ้าคนเยอะๆ จะได้ของช้ามากกกกก
ฉันสั่งอะโฟคาโด ที่มีไอติมกับกาแฟ
ส่วนผสม และปริมาณกำลังดี
ราคาแปดสิบแปดบาทเอง แต่รสชาติดี
เรื่องบรรยากาศฉันว่าเฉยๆ
แต่ว่าชอบบอร์ดอันใหญ่เขียนด้วยชอล์คเหนือเคาท์เตอร์
จะได้เลือกได้ถูก
มีคนบอกว่าบาริสตาคนนี้หน้าตาดี
แต่ว่าไม่ใช่สไตล์ฉันเลย
ก็เลยเฉยๆ
ชอบแบบอารากอร์นในลอร์ดออฟเดอะริง
หรือว่า Jack Sparrow, Johny Depp ก็ดีนะ
ฉันรัก Johny Depp
ตอนที่อยู่กับเพื่อนคนนี้ ฉันชอบนะ
เค้าชิวกว่าฉันหลายสิบเท่าตัวเลย
ใจดีด้วย
เจอแล้วก็ยังจะอยากเขียนอะไรไปหาเรื่อยๆอีกเหมือนเดิม
การมาคราวนี้ ฉันตั้งใจเงียบๆกะตัวเองว่า
อ่าน IQ84 เล่มหนาจบเมื่อไหร่
ก็จะกลับกรุงเทพฯ
ยังเหลืออีกหน่อยๆ
อาจอ่านจบภายในสองวัน
หรือสิบวัน ถ้าอ่านทีละนิดน่ะนะ
ฉันอยู่ในห้องพัก ตรงระเบียง เห็นสวนกว้างใหญ่
ได้ยินเสียงเครื่องฉีดน้ำอัตโนมัติมาตั้งแต่เช้า
เป็นโรงแรมที่ดี สงบ สวย แสนดี มีรายละเอียด บริการเยี่ยม
ผู้จัดการโรงแรมหน้าคล้ายๆ คนที่เป็นกรรมการของ american next top model ด้วย
หล่อดี หัวล้านๆก็ยังหล่อ
เมื่อเช้าเจอสาวญี่ปุ่นยืนอยู่ตรงล็อบบี้
แต่ยืนอยู่คนเดียว
คงจะรับแสงแดดอยู่
ยืนเหมือนถ่ายแบบอยู่
ใส่เสื้อผ้าสดใส มีลาย สีตัดกันทุกชิ้น
ฉันอายจนอยากกระโดดตกสระตาย
ฉันว่าฉันใส่สดใส ตัดกัน มีลายอยู่เสมอแล้วนะ
เจอคนนี้ขอยอมแพ้
ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากเดินตกสระไปเลย
เฮ้ยยย แพ้ได้ไงวะ อารมณ์ประมาณนั้น
เมื่อคืนไปดูปาล์มมี่ที่มังกี้สมที่รอคอย
น่ารักมากๆ
หุ่นดี แขนเล็ก ขาเล็ก ตัวเล็กนิดเดียว
เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นปาล์มมี่
ตอนแรกนึกว่าตัวใหญ่กว่านี้
ออกมาแล้วก็ยังอยากจะร้องและเต้นกา กา กา อยู่
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไปคอนที่กรุงเทพอีกรอบ
ดีใจที่ขนเพลงเก่าๆมาร้องเยอะแยะเลย
ไม่ว่าจะเป็น
เขาลืม
ฟ้าส่งฉันมา
กลัว
อยู่ได้หรือเปล่า
ที่ฉันชอบที่สุด ชอบเสมอ ตลอดกาลคือ
เขาลืม
เพลงมันคึกคัก
แล้วเสียงปาล์มมี่ก็เข้ากับเพลงนี้ที่สุดแล้ว
เป็นคอนเสิร์ตแบบผู้ชมที่ยืนแถวหน้าๆเท่านั้นถึงจะได้เห็นปาล์มมี่
เพราะเวทีมันเตี้ยมาก
ไม่งั้นคุณก็ดูผ่านจอทีวี
แต่อุตส่าห์มานะ
หรือไม่คุณก็ต้องสูงสักร้อยแปดสิบกว่า
น่าสงสารคนหลังๆ
แต่ก็สนุกมากกกกกอยู่ดี
ฉันกรี๊ด เต้น ตบมือ ตลอดเวลา
ปาล์มมี่เป็นผู้หญิงที่ให้ความรู้สึกคึกคัก และมีพลังจริงๆ
พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ขนาดนี้
เพราะร้องได้ทุกเพลง
แต่สนุกอยู่คนเดียว
เพื่อนรอข้างนอก
เพราะข้างในคนเบียดกันมาก
ก็จริง พอออกมา
พึ่งรู้ตัวว่าขาดอากาศหายใจขนาดไหน
แต่ตะกี้ปลื้มอยู่เลยไม่รู้ตัวเลย
ที่ประทับใจอีก
น่าจะเป็นตุ๊กตาช้างเหล็ก
ที่มีนกเกาะอยู่บนหัว
เป็นงานศิลปะด้วย
เป็นกล่องเพลงที่หมุนแล้วจะเล่นเพลงของแฮร์รี่ พอตเตอร์ด้วย
เท่ห์มากๆๆๆ
แล้วก็ชอบเวิ้งมาลัย
คอมมูนิสต้า ร้าน paperspoon กับอีกร้าน handroom
ชีวิตแบบเชียงใหม่ก็ดีนะ
ดูจะเข้ากับฉันมมากกว่า
อาหารอร่อย
คนใจดีมากกก
ช้าๆ
คนชอบงานฝีมือ
ศิลปะ
คนมีรสนิยมด้วยล่ะ
ไม่ว่าจะเป็นใคร
เมืองก็เลยน่าอยู่จังเลย
ฉันรักเชียงใหม่
ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่
แล้วก็คนที่เข้ามาใช้เวลาร่วมกันในทริปตามใจฉันครั้งนี้จัง
ขอบคุณนะคะ
edit @ 29 Dec 2011 15:11:52 by in the mood for love
ความสัมพันธ์อันแปลกประหลาด
posted on 01 Dec 2011 23:19 by inthemoodforloveมีคนที่ฉันรักมากอยู่คนหนึ่ง
เคยดูดวงจากอินเตอร์เนตให้ฉันว่า
ฉันมักมีความสัมพันธ์แบบประหลาดกับผู้คน
ซึ่งมันก็จริง
นิยามไม่ถูก
มากกว่าเพื่อน
แต่เราไม่ใช่แฟนกัน
แต่มีสายใยประหลาดๆ
ความห่วงใยประหลาดๆ
ความอยากเจอ อยากอยู่ใกล้บ้างอย่างประหลาดๆ
ฉันมีสิ่งที่ว่านี้ กับกี่คนแล้วล่ะ เหอ
ส่วนช่วงนี้ฉันจะเรียกมันว่าความคุ้นเคย
ซึ่งก็ดีเหมือนกัน
ฉันควรจะส่งแมสเสจหรือโทรหาเธอไหม
ว่าถึงบ้านแล้วใช่มั้ย
แต่ฉันก็ไม่ทำ
เพราะฉันกลัวเธอจะคิด
เพราะอันที่จริง ฉันกลัว เลยดักคิดเอาไว้แล้วหรอ
ทำไมต้องทำหน้าดีใจด้วยที่ฉันทำกับข้าวให้กิน
ฉันก็ดูแลคนที่มาพักแบบนี้อยู่แล้ว
เธอบอกฉันในรถว่า
ให้ทำกับข้าวให้กินหน่อย
ฉันร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
ก็ที่บ้านมีกับข้าวอยู่แล้วนี่นา
เธอทำให้ฉันหวั่นไหวอย่างไม่ตั้งใจ
ทั้งๆที่ฉันต้องการให้ไม่เกิดความรู้สึกอะไรแบบนี้ขึ้นเลย
ฉันตกใจ ทำไมอยากให้ทำอาหารให้กินอีกล่ะ
เพราะแบบนี้ก็เลยทำตัวไม่ถูก
เดาเอาเองว่าฉันควรทำตัวเย็นชาและแล้งน้ำใจเอาไว้ก่อน
แต่ตัวเองก็มารู้สึกผิดและเป็นห่วงความรู้สึกฝ่ายนั้นอยู่ดี
ถ้าอย้างนั้น พรุ่งนี้ ฉันจะทำซุปกระดูกหมูไชโป๊วอยู่แล้ว
ชวนมากินเนียนๆตอนนั้น
ละกันเนอะ
edit @ 1 Dec 2011 23:19:36 by in the mood for love
edit @ 1 Dec 2011 23:20:02 by in the mood for love
edit @ 1 Dec 2011 23:22:39 by in the mood for love
edit @ 2 Dec 2011 10:23:18 by in the mood for love
dream diary 1
posted on 10 Nov 2011 10:27 by inthemoodforloveเพื่อนฉันคนหนึ่งบอกว่า ให้จดบันทึกความฝันไว้ทุกคืน...
เอาสมุด และปากกา หรือดินสอก็ได้ ไว้หัวเตียง
เพื่อที่ว่าพอตื่นขึ้นมาปุ๊บ จะได้จำได้ทันที...
ฉันขอเอาวิธี มาลงใสาบล็อคนี้แล้วกัน...
เพื่อนบอกว่า ความฝันเหล่านั้น สามารถทำนายชีวิตเราในอนาคตได้ด้วย...
ฉันก็ว่าจริง... แต่ถ้าบรรยากาศในฝันฉันมักมืดๆ หรือโดนไล่ล่า หรือว่ามีสัตว์ประหลาดล่ะ...
มันแปลว่าอะไร...
แต่วันนี้ฉันตื่นด้วยความรู้สึกที่เป็นสุขเหลือเกิน...
ฉันฝันถึงเพื่อนคนนี้... มาสองครั้งแล้ว...
ถ้าเทียบกับสถานการณ์ในชีวิตจริง... ที่ฉันยังงงๆกับการเปลี่ยนแปลง...
ความฝันสองครั้งถึงเพื่อนคนนี้... ช่างเป็นอะไรที่แสนหวาน...
ครั้งแรก... เพื่อนคนนี้อยู่ดีๆก็จับมือฉันตอนอยู่ใกล้ๆตู้เย็นแช่ผักแช่ปลาอะไรแบบนั้น...
ตอนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่น...
เมื่อคืน... ฉันฝันว่าเราไปศูนย์การค้าเปิดใหม่ น่าจะในเมืองไทยเนี่ยแหละ...
แต่ทำไมมันดูเหมือนอยู่ชานเมือง... ต้องเอารถไปจอดตั้งไกล...
แล้วก็ลืม... จำไม่ได้ว่าทางเข้ามันอยู่ทางไหนนะ...
เราเดินวนๆกัน... ตอนนั้นฉันเดินอยู่กับเพื่อนอีกคน... ที่มารู้จักกันที่เกาหลี...
เดินไปเดินมาตั้งไกล... เรากำลังหาคอนเสิร์ตอินดี้... ที่ตะกี้ฉันเดินผ่าน...
และโดนใครไม่รู้บังคับให้ไปด้วย... พ่อมั้ง... หรือใครนะ... สักสองสามคน...
เอาเป็นว่าฉันก็ดื้อออกมา แล้วก็เดินหาอินดี้คอนเสิร์ตคนเดียว...
เสียงผู้หญิงที่ได้ยินตะกี้... ห้าวๆ แต่หวานๆ เหมือนที่ฉันชอบ...
น่าจะคล้ายเสียงนายน์ ของวงเดียร์ คลาวด์นะ Dear Cloud
เพื่อนที่จู่ๆก็เจอระหว่างทาง ถามว่าฉันจะไปไหน
ฉันบอกว่าตะกี้เดินผ่านมีคอนเสิร์ตดีมากอยู่... แต่โดนลากไปที่อื่น...
ตอนนี้กำลังหามันอยู่... เพื่อนบอกว่างั้นไปด้วย แต่ว่ามันเป็นคอนเสิร์ตแบบไหนเหรอ...
ฉันบอกนักร้องผู้หญิง เป็นวง ร้องเพลงเท่ห์ๆ เพราะมาก...
เพื่อนถามว่า ร้องเพลงเป็นภาษาอะไรหรอ... ฉันบอกว่าร้องทั้งภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษ...
เราเดินไปเดินมา ผ่านหญ้าที่ขึ้นรอบๆที่จอดรถ...
เดินไปจนถึงทางแยก และฉันก็จำไม่ได้... ว่าตะกี้มาจากที่ใด...
เดินจนไปเจอถนนที่ขึ้นไปบนเนินสูงชั้น...
และฉันก็ร้องดีใจบอกเพื่อนว่า นี่ล่ะ ตะกี้มาจากตรงนี้ล่ะ...
แล้วเราก็เดินๆ... กันไป...
อยู่ดีๆ ฉันก็มาโผล่กะเพื่อนคนนี้ได้ไง ไม่รู้...
เพื่อนที่ฉันคิดถึง และกังวลกับสิ่งที่เป็นไประหว่างเรา...
ที่ห้างสรรพสินค้านี้ มีจุดเด่นที่บันไดเลื่อน...
เป็นเหมือนอยู่ในน้ำแข็ง เป็นน้ำแข็งไปทั้งราง ทั้งเพดาน...
สวยมากๆ แต่เราก็สามารถมองเห็นบันไดเลื่อนฝั่งตรงข้ามได้ด้วย...
ฉันกับเพื่อนกำลังขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปช้าๆ
มีแต่คนถ่ายรูปกันเต็มไปหมด...
เพื่อนฉันคนนี้เปิดดูเฟซบุ๊คส์แล้วบอกว่า เฮ้ย... ไอ้... ก็มาที่นี่แล้วนี่หว่า
ถ่ายรูปคู่กะเพื่อนคนหนึ่งที่บันไดเลื่อนแบบนี้...
พึ่งอัพเดทตะกี้นี้เอง...
เพือ่นฉันคนนี้ก็เลยบอกว่างั้นเรามาถ่ายมั่ง... แล้วก็โอบไหล่ฉัน...
ให้หน้าเราอยู่ใกล้ๆกัน... ถึงจะในฝันก็ตาม...
ฉันก็ยังเขินมากๆ และแปลกใจอยู่ดี...
แต่พอพ้นเขตบันไดเลื่อนแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย...
ดูเป็นห้างร้างๆ มีแค่ป้าขายขนมไทย... ที่ขายไม่ดีเท่าไหร่...
โซนนี้... ผู้คนหายไปไหนหมดน้า...
ฉันบอกเพื่อนว่า ให้ลองโทรหาเพือ่นคนนั้นดูมั๊ย เราจะได้เจอกัน...
เค้าก็น่าจะยังอยู่ที่นี่...
เพื่อนฉันบอกว่าไม่หรอก... แล้วก็บอกว่า เรากลับกันดีกว่า...
ฉันตื่นขึ้น...
กลับไปนอนต่อ... และฝันเห็นอีกอย่างหนึ่ง...
ฉันอยู่ในกลุ่มงานปาร์ตี้เพื่อนที่โรงเรียนสมัยประถม มัธยม...
เจอเพื่อนๆมากมาย
เพื่อนฉันคนนึงกำลังโมดิฟายน์เพื่อนคนนึงให้อยู่...
เธอบอกเพื่อนตัวเล็กคนนั้นว่า ให้ใส่ชุดนี้นะ แล้วเดี๋ยวฉันจะปักข้อความแบบนี้ๆให้
ฉันกะเพื่อนอีกสองสามคน แย้งทันทีว่า อี๋ ไม่เอาเสี่ยวจะตาย...
เพื่อนคนที่เสนอให้ จึงหยิบอีกชุดขึ้นมาแทน เป็นสีแดงสดเหมือนกัน...
ชุดตะกี้ เป็นเสื้อมีแขนตุ๊กตา ชุดนี้เป็นแขนกุด... คล้ายๆพวกงานกลางคืนเลย...
มีคนถามว่า ใครจะใส่ชุดนี้ล่ะ ตัวมันใหญ่ไปนิดนึงสำหรับเพื่อนที่กำลังรับการโมดิฟายน์...
มีคนบอกว่า ชุดนี้... ดูแก่นะ...
ในฝัน ฉันบอกว่า... ฉันจะใส่เอง... ถ้าฉันใส่ไม่แก่หรอก...
เออ เอาเข้าไป...
แล้วก็เห็นเพื่อนคนหนึ่งยิ้มให้...
มันเป็นย้ิมที่อ่อนโยนจัง...
^ ^
ล้วฉันก็ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกดี...
มันคงเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหม
เรื่องที่ฉันฝันเมื่อคืน...
posted on 09 Nov 2011 10:25 by inthemoodforloveฉันนอน เยอะ... กว่าแปดชั่วโมง...
มักจะเป็นเก้า... หรือสิบ...
ฉันจึงมีเวลาฝันมากมาย...
เรื่องราวในฝัน กับเรื่องราวในชีวิตจริง...
บางครั้งระหว่างทำงาน...
ระหว่างที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ...
เงียบๆ เครื่องดื่มเสิร์ฟออกไปหมดแล้ว...
ลูกค้าคุยกันสนุกสนาน... บางคนก็มาคนเดียว...
แต่ร้านเรามีหนังสือดีๆให้อ่านมากเลย...
เจ้านาย... บางทีก็อ่านหนังสือ... บางทีก็เล่นกีตาร์...
ฉันก็เลย... บางทีก็อ่านหนังสือ... บางทีก็ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ฝันเมื่อคืน...
ว่าทำไมฉันจดจำรายละเอียด... และเรื่องราวยุบยิบอย่างกับเอาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ได้เลย...
ได้ดีขนาดนั้น...
แต่ก็ไม่แปลก... ฉันฝันเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ
ฉันมักเล่าความฝันให้คนที่สนิทมากๆ ฟังเสมอ...
คราวที่แล้วก็โทรไปเล่าให้น้องสาวฟัง...
น้องหัวเราะก๊ากๆๆๆ แล้วบอกว่าฉันเพี้ยน... เป็นพิเศษ...
เตียงโตโตโร่นี่... ทำให้ฉันฝันอย่างผจญภัย... ทุกคืนเลย...
ฉันต้องรีบบันทึกความฝันเมื่อคืน... ที่ว่าฉันจะได้ไม่ลืม...
และมันอยู่ครบถ้วนทั้งหมด...
ฉันฝันว่าไปเดินเล่นที่งานการกุศล...
งานนี้จัดที่โรงเรียนเก่าของฉันตอนประถมเอง...
โรงเรียนของฉันติดแม่น้ำ... เป็นงานที่เอาของมือสองของนักเรียน ของครู ผู้ปกครอง... มาขาย...
รายได้ช่วยน้ำท่วม...
มันเป็นร้านหนังสือสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีหนังสือมากมายหลายแบบ หนังสือเรียน
หนังสืออ่านเล่น... ขายราคาถูกมาก...
ฉันก็ไปซื้อทุกวัน...
จนวันสุดท้ายหนังสือบางตา...
ฉันก็เดินไปดูมุมอื่นๆด้วย...
มันมีเครื่องทำน้ำแข็งไสสีฟ้า อันใหญ่ เป็นรูปแบบรถไฟ ในรางรถไฟ... เป็นเทคนิคที่ซับซ้อน...
ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นตัวทาโบะ... แต่ว่ามันเสียแล้ว...
ฉันไปยืนจ้องมันอยู่นาน ด้วยความสนใจในกลไก... ฉันถามเขาว่าซ่อมได้ไหม...
เขาบอกว่าน่าจะซ่อมได้... เป็นคนของทางร้านใส่ชุดช่าง... แต่ไม่เหมือนคนของโรงเรียนเท่าไหร่...
ฉันไปดูแปรงสีฟันไฟฟ้า ที่เป็นรูป howl the moving castle ด้วย...
แปรงสีฟันหัวเป็นรูปฮาล์วตอนเป็นนก... แปลกดี... ฉันชมว่าสวย... แต่เพื่อนบอกว่าพิลึก... น่ากลัว...
มีคนของทางร้าน ฝากหนังสือสังคม ตอนประถมเล่มหนาๆ มาให้สองเล่ม...
บอกว่าครูให้ฉันไปอ่านให้หมด... และเขียนย่อแต่ละเล่ม เล่มละหน้าครึ่ง...
อืม...
สุดท้ายที่ร้านก็ให้ของแถมพวกเรามา...
ฉันรู้สึกว่า ฉันไปกะเพื่อนๆสมัยเด็กๆ สี่ ห้า คน มีน้องๆของฉันด้วย...
ทุกคนได้เป็นเหมือนที่หยอดไข่ออกมาแล้วเป็นไข่พลาสติกเล็กๆ
ของคนอื่นก็ดูธรรมดา แต่ของฉันแกะออกมา แล้วมีลูกกลมๆ วิ่งมารวมกัน
มันเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิต... ฉันกลัวนิดหน่อย... แต่ก็สนใจ...
คนอื่นๆถามฉันว่า ฉันวิ่งเอาเอาแก้วมาตะครุบอากาศเปล่าทำไม...
ฉันถึงเข้าใจว่า... อ้อ ไอ้สิ่งนี้... มีฉันเห็นคนเดียวสินะ...
มันรวมตัวกัน และโตขึ้นเรื่อยๆ เหมือนไข่ไก่ที่ถูกตอก... มีส่วนที่เป็นไข่ขาว ไข่แดง...
มีส่วนที่เป็นเลือดด้วย... มันปนๆกัน และเต้นเหมือนจังหวะหัวใจ...
มันกำลังโต และโตขึ้นทุกที... ฉันต้องเปลี่ยนไซส์แก้วที่ครอบมันอยู่เรื่อยๆ
ตอนนั้นเราอยู่กันในห้องนอนบ้านเก่าฉัน... ที่ใหญ่มาก... เอาไว้วิ่งเล่น เก็บของ... และทำทุกๆอย่างได้ด้วย...
ของมันก็รกๆ
ตอนหลังฉันเริ่มไม่ไหวแล้ว... จึงเล่าให้เพื่อนฟัง...
เพื่อนก็เชื่อ... ฉันเลยบอกว่าหนีกันเถอะ...
แต่เราก็หนีไปไม่ไกลเลย
หนีไปหลบอยู่ตรงห้องน้ำฝั่งตรงข้าม... และแอบมองผ่านช่องเล็กๆของประตูที่ปิดไม่สนิท...
ฉันหลบอยู่ปุ่งหนึ่ง เพื่อนหลบอยู่ฝั่งหนึ่ง...
แมวของฉัน มันก็มาเดินอยู่บนผนังห้องน้ำ แล้วส่งเสียงเมี้ยวให้พวกเรา...
อย่างนี้... เจ้าสิ่งนั้นมันก็รู้สิว่าเราอยู่ที่ไหน...
เสียงพ่อของฉันเดินขึ้นบันไดมา... เราแอบอยู่ในห้องน้ำ...
จะบอกพ่ออย่างไรว่าสิ่งนั้นอยู่ในห้อง... และถ้าตะโกนสิ่งนั้นมันก็จะตามมา...
ฉันรู้สึกว่า... เจ้าสิ่งนั้น... มันตามฉันคนเดียว...
ไม่นาน... ฉันก็เห็นขาสองขาซีด... ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ...
ประตูห้องน้ำพลาสติกของเรา มีช่องให้มองเห็น หรือน้ำออกได้ เป็นร่องๆ เรียงกัน ตามแนวนอน
สามสี่ห้า ร่อง...
ตอนนั้นไม่รู้ทำไม รู้ว่าไอ้ตัวนี้มันกลัวน้ำ... อยู่ดีๆก็รู้เอง...
ฉันที่หลบอยู่ใกล้ชักโครก... จึงเอาสายฉีดน้ำ... ฉีดไปที่มัน...
มันก็ร้อง... แล้วบอกว่าไม่ได้นะ ฉันกลัวน้ำ...
อ้าว พูดได้ด้วยหรอ... ฉันลดความกลัวลงอีกหน่อย...
มันค่อยๆเปลี่ยนจากร่างที่ไม่มีเสื้อผ้า มามีเสื้อผ้า และชุดสูทอย่่างดีใส่
ฉันเห็นหน้าแล้ว ที่แท้ก็หน้าตาแบบผู้ชายเกาหลีเนิร์ดๆ ใส่แว่นขอบดำ
เพราะคิดว่าทำให้ดูดีขึ้นนั่นเอง
ผิวขาวซีด... เหมือนคนที่เอาแต่อยู่ในบ้าน
ท่าทางไม่มั่นใจในตัวเอง...
มันบอกว่า... มันถูกส่งมาให้หาแฟน... ถ้ามันหาแฟนได้... มันก็จะเป็นอิสระ...
เขาบอกว่า... เขาชื่อวิก...
ฉันกะเพื่อนที่หลบอยู่ด้วยกัน... หัวเราะก๊าก... พร้อมกระชับสายฉีดน้ำเอาไว้ในมือ...
ฉันฉายภาพในหัวให้เขาดู...
ฉันบอกว่า นี่ๆ วิคที่ฉันรู้จักเป็นแบบนี้ต่างหาก...
แล้วเหมือนจะเป็นมิวสิควิดีโอ... วิค... หรือไจ๋ไจ๋จากไต้หวัน...
กำลังอยู่ในฉากแอคชั่น อารมณ์โดจากมอเตอร์ไซค์ ไปข้างๆของรถสิบล้อที่กำลังลุกไหม้
หรือรูปวิคกำลังช่วยนางเอกที่เป็นลมไปแล้ว... จากค้างคาวดูดเลือดตัวใหญ่มาก...
ฉันฝันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ได้ยังไงกัน...
ฉันบอกว่า วิคที่ฉันรู้จักนะ หล่อ และเท่ห์แบบนี้...
เขาดูจะจ๋อยๆไป...
และฉันก็ตื่น...
วันนี้ต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
และไปทำงานที่ร้านกาแฟเหมือนเดิม...
have a nice day na everyone
edit @ 10 Nov 2011 10:21:07 by in the mood for love
totoro house
posted on 24 Oct 2011 08:27 by inthemoodforloveเป็นชื่อบ้านที่ถั่วซื้อให้ฉัน...
จริงๆ มันก็คือาณาเขตเล็กๆนั่นเอง...
ถั่วซื้อมุ้งกันยุงให้ฉัน และเอาโมบายผ้าญี่ปุ่น ที่ฉันซื้อมาจากเกียวโต...
มาแขวนให้ด้วย...
ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กทารก...
โตโตโร่ เฮาส์มีคุณสมบัติพิเศษที่ถั่วบอกก็คือ...
มันช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้...
ฉันนอนในโตโตโร่ เฮาส์แห่งนี้... อย่างสบายทุกคืน...
แต่เรื่องแปลกก็คือ... ฉันมักฝันเห็นเพืื่อนที่โรงเรียนเก่า...
แต่ละคนที่เจอ... เก่า ขึ้นไปทุกที...
เมื่อวาน... ฝันว่า... ฉันกะน้องและครอบครัว...
กำลังจะไปกินข้าวกันที่หนึ่ง ริมทะเล...
เมื่อจอดรถแล้วเดินลงไปแล้ว...
ก็ได้ยินเสียงพลั่ก ๆดังมาก...
จึงไปหาดูกันว่าเสียงมาจากไหน...
ที่แท้ก็มาจากบึงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ลึกมาก...
อยู่ใกล้ๆที่เราจอดรถกันนั่นเอง...
ฉันกะน้องเห็นปลาตัวใหญ่มาก ไม่รู้ว่าปลาอะไร...
เป็นปลาน้ำจืด...
น้ำในบึงตื้นมาก...
จนมันต้องนอนตะแคงเอา...
และพยายามกลับตัวพลั่กๆ
มันติดอยู่ในแอ่งน้ำตื้น!
มีปลาแบบนี้เต็มไปหมดเลย...
พวกมันดูทรมานมาก และพยายามเอาชีวิตรอด
ก้นบึงมีพวกหญ้าขึ้นแล้ว...
ก้นบึงมีพวกหญ้าขึ้นแล้ว...
แปลว่า... น้ำคงลดมานานแล้วสินะ...
แม่บอกว่า... ไปเถอะ... ช่วยมันไม่ได้หรอก...
แต่ฉันดื้อ ฉันชวนน้อง... แล้วบอกว่าไปช่วยมันกันเถอะ...
แถวสระมีพวกตู้กดน้ำ... โอ่งใส่น้ำจืดพร้อมขันสีบานเย็น...
แล้วยังมีพวกกะละมังสีๆแช่สาหร่ายไว้อีก...
สงสัยเป็นของชาวบ้าน...
ฉันก็บอกน้องว่าให้เอาน้ำในโอ่งไปใส่
เพราะถ้าเป็นน้ำประปา... มันมีคลอรีน ปลาจะตายได้...
น้ำในโอ่งอย่างน้อยคงอยู่มานานแล้ว... คลอรีนน่าจะระเหยไปหมดแล้ว...
นี่ขนาดในฝัน... ฉันยังใส่ใจทุกรายละเอียด...
แล้วเราสองคนก็เอาน้ำเล็กๆไปเทในบ่อใหญ่ๆ
ใหญ่มากๆ
อย่างมัศจรรรย์มาก...
น้ำก็เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...
ทั้งๆที่เราเอาน้ำไปเติมได้เพียงนิดเดียว...
น้ำตอนนี้... เกือบถึงขอบปากบ่อแล้ว...
เย้...
ปลาเหล่านั้นก็ไม่ต้องตะแคงตัวพลั่กๆกันอีกต่อไป...
ลืมบอกไปว่า ปลาพวกนี้ใหญ่มาก...
ใหญ่เหมือนปลาเก๋าทะเลไซส์ยักษ์ที่ฉันเคยเห็นเลย...
ก็ตัวใหญ่ ยาวเกือบเท่าคน... แต่อ้วนกว่ามาก...
ทันใดนั้น แถวๆนั้นก็มีชาวบ้านมา
เธอมาตกปลา...
เป็นเด็กสาวๆ บอกว่าอยากกินปลาเนื้อขาวๆ
แล้วเจ๊ แถวนั้น ผอมๆก็ถามฉันว่ามาทำอะไร
มาตกปลาหรอ...
ฉันบอกว่ามาช่วยปลาต่างหาก...
แล้วเด็กสาวคนนั้นก็ตกปลาขึ้นมา...
แล้วก็ทำอาหารสดๆตรงนั้นเลย...
เนื้อปลาขาวจริงๆอย่างที่เธอพูด
ฉันกะน้องได้แต่ยืนอึ้ง...
น้ำตาตกเลยทีเดียว...
เมื่อฉันหันไปมองที่เท้าเจ๊อีกที...
เจ๊มีเท้าเป็นไก่นี่นา
สีดำน้ำตาลๆ ผอมๆ
ดีที่เป็นความฝัน เลยไม่ตกใจจนสลบไป...
นี่แหละ...
เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความฝัน...
ฉันยังฝันว่าได้ไปเจอเพื่อนอีกหลายคน...
โตโตโร่ เฮาส์ ช่างเป็นสถานที่สบาย
แต่แปลกมากเลย...
ฉันตื่นมาพร้อมความฝันมากมาย
ทุกวันเลย
edit @ 24 Oct 2011 08:54:15 by in the mood for love