Yesterday...

posted on 07 Nov 2009 22:36 by inthemoodforlove

วันนี้ ในขณะที่กำลังนั่งรถกลับบ้าน

เหน็ดเหนื่อย แต่ก็มีความสุขกับการไปเที่ยว

วิทยุในรถก็ขึ้นเพลงนี้มา

เปลี่ยนอารมณ์อย่างกระทันหัน

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ดีเจสามสี่คน คุยกันจ้อกแจ้ก ราวกับนกแตกรัง

ดีเจผู้หญิงบอกว่า เตรียมเพลงนี้มา แล้วก็เปิดให้เราฟัง

ขึ้นเพลงเป็นเสียงหวานใส เป็นภาษาอังกฤษแทรกขึ้นมากลางอากาศ

และพุ่งเข้าตรงใจฉัน

แน่นอน ฉันรับรู้มันได้ดี กว่าภาษาเกาหลีอยู่แล้ว 

ก่อนจะรู้ตัวอะไร ใจฉันเข้าไปอยู่ในเพลงเสียแล้ว

Yesterday, all my troubles seemed so far away.

แค่คำว่า Yesterday

มันก็ ไม่รู้สิ

สะกิดแผลใจอยู่หน่อยๆ

ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก(กระมัง)

แต่มัน คิดถึง

เข้าใจไหมว่า คิดถึง นึกถึง ระลึกถึง อยู่ทุกบ่อย 

Now it looks as though they're here to stay.

Oh, I believe in yesterday.

ไม่ได้เป็นเวอร์ชัน ที่บีทเทิลส์ร้องหรอก

คนที่นั่งอยู่ข้างๆฉัน บอกว่า อันนี้แหละ ดีเจคนที่พูดอยู่ตะกี้ร้องเอง

วาววว ฉันถึงกับอึ้งไปเลย

ร้องเพราะ แล้วเสียงก็เป็นธรรมชาติ ดูหม่นตามเพลงไปด้วย

เธอเอาเพลงของผู้ชายมาร้อง แต่ร้องในแบบผู้หญิง

เปลี่ยน "เธอ" ในเพลง ให้ เป็น "เขา"

ราวกับร้องออกมาจากใจฉันเลยทีเดียว 

Suddenly, 

I'm not half the man I used to be,

There's a shadow hanging over me,

Oh, yesterday came suddenly.

ก็เพราะเพลงนี้แหละ มันดึง yesterday ของฉันออกมาอย่างกระทันหัน

เหมือนอย่างในเนื้อเพลง

แต่งเนื้อได้เก่งแท้ 

Why he had to go 

I don't know he wouldn't say. 

I said something wrong,

Now I long for yesterday.

Yesterday, love was such an easy game to play.

Now I need a place to hide away.

Oh, I believe in yesterday.

Why he had to go 

I don't know he wouldn't say. 

I said something wrong,

Now I long for yesterday.

Yesterday, love was such an easy game to play.

Now I need a place to hide away.

Oh, I believe in yesterday.

Mm mm mm mm mm mm mm.

 ฉัน คงไม่ต้องถึงกับหาที่ซ่อนให้พ้นจากความรัก

หรือเธอที่จากไป

เหมือนกับในเพลงหรอก

คนข้างๆตอนนี้ก็ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นดี

ฉันคงไม่คิดจะกลับไปหาเธอ

เพียงแต่ ฉันมักคิดอยู่เสมอ

สงสัยอยู่เสมอ

ว่าตอนนี้ เธอเป็นอะไร ทำอะไร สบายดีไหม

ยังสูบบุหรี่อยู่หรือเปล่า ทำขนมปังไปถึงไหนแล้ว

เธออยู่ที่ไหนของเกาหลี เธออยู่ส่วนใดของโลก

เธอยังทำงานที่ร้านขนมปังนั้นอยู่ไหม

 

วันนั้นที่เขาขับรถผ่านอย่างกระทันหัน

ฉันหัวใจแทบวาย

ไม่ใช่เพราะกลัวเธอเจอฉัน

แต่กลัวเพราะฉันจะเห็นหน้าเธอ แล้วฉันจะกลับไปเป็นอย่างเดิม

ฉันคนที่บ้ามากๆ

ยอมทิ้งทุกอย่าง 

ยอมทำทุกอย่าง

วิ่งกลับไปหาเธอ ทั้งๆที่เธอ ไม่ได้ต้องการสักนิด 

กลัวเธอจะเหงา กลัวเธอจะเศร้า กลัวเธอจะไม่สบายใจ

ทั้งๆที่เธอไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นให้ฉันฟังเลยสักนิด

ฉันก็แค่ เป็นห่วงเธออยู่เสมอ

เพราะอะไรกันนะ

  

ฉันเป็นห่วงเธอ ไม่ผิดใช่ไหม

 

วันนี้ฉันปวดที่หัวใจถี่ๆ สองรอบ

คนที่อยู่ข้างๆกัน เค้าเป็นห่วงฉันมาก เธอรู้ไหม

แต่ฉันก็กลับมีความคิดพิสดารไปว่า

ที่ฉันปวดหัวใจอยู่นี้

เธอส่งสัญญาณอะไรมาให้ฉันหรือเปล่า

เธออยู่สุขสบายดี หรือเดือนร้อนอะไรหรือเปล่า

คนข้างๆ ทำหน้าเจ็บปวด เมื่อเห็นฉันเจ็บปวด

แต่ฉันกลับนึกเป็นห่วงเธอ

เออ หนอ อะไรกัน

 

วันนี้เป็นวันที่ดีของฉัน

ฉันได้ไปดูพระอาทิตย์ กับฟ้ากว้างๆ เมฆริ้วๆลายๆที่ชายทะเล

สูดอากาศดีๆเข้าเต็มปอด

ฟังเพลงเพราะๆ ฟังวิทยุอย่างสนุกสนาน

ได้เป็นตัวของตัวเองทุกอย่าง

มีคนที่ชื่มชมทุกอย่าง กับสิ่งที่ฉันเป็น

ได้้เล่าเรื่องราวมากมายหลากหลาย

ได้ร้องเพลงภาษาไทยให้เค้าฟังด้วย 

คนที่ไปด้วยน่ารัก อบอุ่น

ทำให้ฉันสบายใจ วางใจ ทุกอย่าง

ฉันมีความสุขมาก

เพียงแต่

 

เสียงเพลงที่แวบเข้ามา

ตอนกลับบ้าน 

ก็ทำให้ใจเป็นรอยบางๆเสียแล้ว

 

edit @ 7 Nov 2009 23:09:50 by in the mood for love

ไร้สาระ

posted on 06 Nov 2009 20:29 by inthemoodforlove

 

ฉัน ใช้ชีวิตไร้สาระไปไหม

มีแต่ตัวฉันเองเท่านั้นที่ตอบได้

 

ฉันออกมาจากการเรียน(ในห้องเรียน)มากขึ้น ทุกทีๆ

ฉันมีความสุขกับการออกไปเจอโลก เจอคน

หายใจลึกๆ เข้าปอด

มองฟ้า มองนก และละเลียดกับทุกความสุข

 

ฉันเห็นใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งตั้น

ทั้งๆที่เมื่อวานมันยังไม่ใช่แบบนี้อยู่เลย

ก็รู้สึกตื้นตันในความสวย ในความมหัศจรรย์ ในความเป็นจริง ในความเป็นไป

ของธรรมชาติ

 

ฉันตอบอาจารย์ไม่ได้ว่า จีพีดี ของไทยอยู่ที่เท่าไหร่

ฉันไม่สนในว่าใครจะรบกับใคร

ฉันว่าคำถามของอาจารย์มันไร้สาระ

ตรงที่ มาสมมุติเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านไปแล้ว

ว่าถ้ามันเกิดขึ้นอีกแบบ เป็นอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ผละจะเป็นอย่างไร

ก็มันผ่านไปทั้งหมดแล้ว เราจะไปสมมุติ ให้มันทำไม

ฉันไม่เข้าใจ

แต่หากถามอาจารย์อย่างนี้

คงไม่ดี

 

ฉันไกลออกมาจากตำแหน่งทางสังคม

ป้ายที่แปะอยู่ ทางสังคมออกมาทุกที

นักเรียน มหาวิทยาลัยโซล

ตัวฉันเองไม่ได้ทำตัวให้สมกับบทบาทนั้นเลย

ฉันเอง ก็รู้ดี

 

ตอนนี้ ฉันเป็นแค่เพียง คนที่ใช้ชีวิตอยู่

เท่านั้นเอง

เมื่อเลือกทางนี้แล้ว

ฉันก็จะต้องทำมันไปให้ดีที่สุด

 

หมั่นดูแลความฝัน

ขัดเกลา

และทำ

เสียที

ได้ไหม

 

ผ่านมาครึ่งหนึ่งของสองปีแล้ว

ฉันยังไม่เจียดเวลาให้ความฝันสักนิด

ฉัน มัวแต่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย

แต่ฉันก็รู้สึกว่า คุ้ม และพอใจ

เพียงแต่ ฉันยังไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมา

ให้ได้ดีเท่าที่ต้องการเลย

 

อย่าหลงลืม

อย่าละเลย

อย่าทิ้งความฝัน

 

เป็นอะไรสักอย่าง

จงเป็นอะไรสักอย่าง

จะได้รู้สึกถูกเติมเต็ม

กับความปรารถนาภายในที่เรียกร้องอยู่ลึกๆ

อย่าให้มันเป็นเสียงเพรียกสุดท้ายของความฝัน

ที่จะจมหายไป

 

ฉันรักเธอ

ฉันรักเธอ

และฉันก็รักเธอ

เพราะเธอ เธอ เธอ และ เธอ ต่างก็เชื่อมั่นในความฝัน

เพราะเหตุนี้ล่ะมัง

ฉันถึง อยากมีเธอเอาไว้ข้างๆ

เอาไว้มอง เอาไว้ดู

ฉันจะได้ไม่ลืม

 

ความฝันของฉัน 

ตอนนี้

posted on 04 Nov 2009 07:01 by inthemoodforlove

เมื่อคืนฉันเขียนลบ็อคก่อนหน้าด้วยอารมณ์สับสนและเพ้อ

เพื่อนคนจีนมานั่งคุย นั่งเล่นที่ห้อง

ฉันชอบช่วงเวลาแบบนี้จัง

มันสนุก มันอบอุ่น มันน่ารักดี

หญิงสาวสองคน นั่งคุยกันบนผ้าปูเตียงสีม่วงนุ่มนิ่มของฉัน

ฉันลากผ้าห่มขึ้นมาถึงคาง

ข้างนอกหนาวนัก

แม้จะเปิดฮีทเตอร์จากที่พื้นแล้วก็ตาม

 

 

ก่อนหน้านั้น อยู่ในห้อง อ่านหนังสือ ส่งแมสเสจเพ้อเจ้อไปหาเธอคนเดียว

ฉันบอกเธอว่า ฉันทำให้เธอไม่ได้ซ้อมกีตาร์หรือเปล่า เราเจอกันน้อยลงก็ได้นะ ฉันจะเข้าใจล่ะ 

ปรากฏว่าเขาโทรกลับมา บอกว่า เขาทำมันได้ดีอยู่

ไม่ต้องเป็นห่วง

ถ้าพูดแบบนี้ เขาจะโกรธนะ

เสียงที่ดังขึ้น

เพราะอะไรไม่รู้  ฉันเอาหัวใจไปผูกกับเธอไว้มากมายแค่ไหน ฉันเองไม่เคยรู้

คิดว่า ยังไม่ได้ให้ใจเธอไปมากมาย

แต่เสียงดุจากเธอ ก็ทำให้ฉัน น้ำตาหยด แหมะ แหมะ บ้าจริง

เธอรู้ว่าฉันร้องไห้ เธอบอกว่าเธอล้อเล่น

เธอไม่ได้ตั้งใจ

เธอเสียงเครือไป

อย่าบอกนะ ว่าเธอก็ร้องไห้เหมือนกัน

ฉันรู้สึกแย่ๆ บอกเธอไปว่า แค่นี้แล้วกัน ฉันจะไปอ่านหนังสือต่อ

แต่เพราะอะไรไม่รู้ ยังไงไม่รู้ เธอก็ทำให้มันดีขึ้นได้

ฉันหัวเราะเสียงใสขึ้นมาได้เพราะอะไรนะ

จำไม่ได้แล้ว

คุยกันอีกพักใหญ่ๆ

เธอบอกว่า กินไอศกรีมไหม จะเอาไปให้

เธอเป็นคนส่งไอติมเรอะ

ไม่ล่ะ

ฉันบอก ในตู้เย็นยังมีอยู่เลย

หยุดร้องไห้แล้ว ปาดน้ำตา

 

 

เพื่อนคนจีนกลับมาจากการไปซื้อชุดว่ายน้ำ

และเข้ามาเล่าเรื่องราว แลกเปลี่ยนกันเช่นเคย

รู้สึกดีจัง

 

 

สักสามสิบนาทีให้หลัง

เธอก็มา

ฉันชวนเพื่อนคนจีนไปด้วยกัน

เพื่อนบอกว่า ไม่เป็นไรแน่นะ ไปได้แน่นะ

แล้วด้วยความอยากดู อยากเห็นของเพื่อน

ฉันก็เลยลากเพื่อนไปเจอเธอด้วย

นั่นล่ะ

 

 

ที่ฉันร้องไห้ตอนนั้น

ฉันไม่นึกโกรธเธอหรอกนะ

ฉันงอแงไปเอง

 

 

หิว

เลยเอาคอนเฟลกซ์มากิน

ในบ้านไม่มีอะไรให้กินเลย

เธอดูฉันกิน

มันเหมือนอาหารนก เธอว่าไหม ฉันถามเธอ

นก กินอาหารนกตอนดึกๆ

เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้น

 

 

อยากมีวันแบบนี้ มีเธอแบบนี้ไปนานๆ

แล้วฉันก็หลับไป

ด้วยความรู้สึกก่อนหลับที่แสนจะอุ่นใจ

เธอเหมืิอนคุณพ่อเลย

ฉันจะดูแลเธอให้ดี เหมือนที่เธอดูแลฉัน ให้ฉันมามากมายล่ะ  

edit @ 4 Nov 2009 07:16:37 by in the mood for love

เมื่อถึงเวลานี้

เวลาที่มีความสุขดี และอิ่มตัว (รึเปล่า)

อารมณ์จะเขียนอะไรๆ

มันกลับไม่ออกมา

เพราะอะไรกัน

หรือต่อมสร้างสรรค์ฉันจะทำงาน

ในเฉพาะอารมณ์เหงา เศร้า เคล้าน้ำตาเท่านั้น

อ๊ายยยย... อะไรกัน

 

พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ฉันเข้ามาในบล็อคนี้ทุกวัน

ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเขียน

อะไรสักอย่าง

อะไรก็ได้

แต่ไม่มีเลย ความรู้สึกเหล่านั้น บินลับหายไปที่ใด

 

หรือฉันจะเขียนได้ เวลาอยู่กับตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้นนะ

เธอปล่อยให้ฉันเป็นตัวของตัวเองอย่างมากๆก็จริง

แต่อาจเป็นเพราะฉันเอง

ใจก็ไปยึดโยงกับเธอไว้แล้วหน่อยหนึ่ง

โดยไม่รู้ตัว

ธรรมชาติของฉัน ก็เป็นแบบนี้เอง

 

การจะมีคนรักไปด้วย

แล้วก็รักษาสมดุลของตัวเอง

ให้ตัวเอง เป็นตัวเอง ที่สุด บางทีก็ไม่ง่ายเลยนะ

 

อาจเพราะ เธอฟังฉันดี แม้ว่าฉันจะพูดเกาหลีไม่รู้เรื่อง เธอก็ตั้งใจฟัง เสมอ

อาจเพราะ เธอไม่เคยคิดจะเปลี่ยนฉัน

อาจเพราะ เธอยอมให้ฉันเป็นฉัน

อาจเพราะ ฉันยังได้เป็นตัวเอง และก็อบอุ่นที่รู้ว่ามีเธออยู่

เพื่อนเธอถามฉันว่า ทำไมเลือกเธอ

ฉันมองหน้าเธอแล้วยิ้มๆ ยิ้มให้เธอ ยิ้มให้เพื่อนของเธอ

แล้วตอบว่า ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

บางที ความรู้สึกมันก็บอกเราเอง 

 

หนึ่งเดือนมานี้... เรื่องราวอะไรก็มากมาย

ฉันบอกเธอว่า เธอจำได้ไหม วันนี้ของเดือนที่แล้ว

เรายังได้เจอกันโดยบังเอิญในรถไฟอยู่เลย

เธอตอบแมสเสจกลับมาว่า จำได้สิ เวลานี้เลยใช่ไหม

 

ฉันพึ่งจะรู้ว่า การที่เรายอมรัก

คนที่เราไม่ได้เป็นคนเลือกก่อน แต่แรก

บางที มันก็ดีเหมือนกันนะ

ครั้งนี้หัวใจฉันไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องบิน ไม่ต้องเหนื่อยหนักหนา

หัวใจที่บอบช้ำ ได้รับการเยียวยา และดูแล อย่างอบอุ่น

มองไม่สวย ดูไม่หล่อ

แต่เธอทำให้ฉันยิ้มได้ทุกวัน

เธอทำให้ฉันหัวเราะได้เสมอ

เธอไม่เคยขัดใจฉัน

เธออาจเป็นรองเท้าที่ไม่สวยถูกใจ แต่ดันใส่สบาย

 

เธอไม่ค่อยฉลาด มองแล้วไม่ค่อยฉลาด

แต่ใครจะรู้ เธออาจจะฉลาดแบบเนียนๆอยู่ก็ได้

ฉลาดกว่าใครๆ ที่ฉันมองว่าเขาแสนจะฉลาด อีกก็ได้

เธอฉลาดในแบบของเธอ

และเธอฉลาดมากที่ได้หัวใจฉันไป

ด้วยวิธีแบบของเธอ

 

เธอตั้งชื่อให้ฉัน ตอนเราพบกันในอีกสามปีให้หลัง

เราแยกจากกัน โดยไร้ซึ่งเบอร์ติดต่อ

ฉันได้พบเธอโดยบังเอิญอีกครั้ง

เธอให้ของขวัญที่แสนประหลาดกับฉัน

ครีมทามือ

มือฉันคงจะเหี่ยวมาก

เธอทำฉันร้องไห้หนึ่งครั้ง

ฉันออกไปยืนงอนที่ระเบียง

แต่หลังจากครั้งนั้นแล้ว เธอไม่เคยทำให้ฉันน้ำตาอีกเลย

เธอให้หนังสือเจ้าชายน้อยภาษาเกาหลี ในวันที่ฉันกับเพื่อน พึ่งจะอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยกันไป

ฉันมีคืนของชาเขียว

เธอใส่ชุดคนซ่อมรถประหลาดๆ ขับรถเอาไอศกรีมชาเขียวแบบที่ฉันอยากกินมาส่ง

ฉันได้ยืนมองแม่น้าฮันคัง ในมุมที่แสนแปลกประหลาด

ฉันไม่เคยเห็นว่าเสาใต้สะพานต้นใหญ่ๆพวกนั้นมันสวยยังไง

ตอนที่รถไฟวิ่งผ่านข้างบน เราก็ต่างตกใจ

ฉันถามเธอว่าต้นหลิว เรียกว่ายังไงในภาษาเกาหลี

เกาะที่อยู่กลางน้ำนี่คือเกาะอะไร

ฉันล้อเล่น ฉันบอกเธอว่า มันเป็นการบ้าน

แต่เธอ ก็ไปหามาให้จริงๆ

 

แต่ช่วงนี้ฉันเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาด

ฉันรู้ว่า กลับไปหาคนนั้นอีกไม่ได้แล้ว

ฉันมาไกลเกินไปแล้ว

และถึงโทรไปก็รู้ว่าจะไม่มีอะไร ไม่รู้จะพูดอย่างไรด้วยซ้ำ

แต่เพราะอะไร

ฉันถึงฝันถึงเขาคนนั้นอยู่

เพราะอะไรฉันถึงดุเธอเสียงเข้ม หน้าตาจริงจัง

เมื่อเธอใส่รองเท้าแตะ ที่เขาคนนั้นให้ฉันมา

ฉันยังไม่ปลดการ์ดที่เขาคนนั้นเขียนให้ฉันมา

ฉันเขวนมันไว้ข้างๆเตียง

ฉันเพียงแต่พลิกกลับด้านมันเท่านั้น

ฉันไปรื้อเสื้อผ้าของฤดูหนาวจากตู้ออกมา

เพราะตอนนี้ ได้เวลาเปลี่ยนฤดูแล้ว

ไม่รู้ทำไม ฉันเจอเสื้อที่เขาให้มา ฉันเอามากอดดมอย่างใจลอย

ใจฉันรอนๆอีกแล้ว

กาน้ำที่เขาให้มาก็ยังอยู่

คำพูดที่เขาเคยสอน ที่เขาเคยพูด ก็ยังอยู่

"เป็นผู้ชาย ร้องไห้ไม่ได้หรอก"

"เป็นแฟนกัน ไม่ได้หมายความว่า ต้องมาคอยทำอะไรให้กันนะ"

"ทำความสะอาดบ้าน ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อความสะอาดของตัวเอง ต้องทำทุกวัน รู้ไหม"

ฉันทำผิดพลาดไปที่จุดไหนหรือ

ความรักของเธอที่มีต่อฉันจึงพังลงง่ายๆแบบนั้น 

 

อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง ตอนที่เราฟังเพลงจากไอพอดของฉัน ด้วยกัน

ฉันถามเขาว่า เพลงนี้คือเพลงอะไร เขาก็ไปหามาให้จริงๆ

 

ฉันครุ่นคิดเรื่องเขาคนนั้น

ประโยคที่บอกว่า ถ้ามันเป็นของเราจริงๆ มันก็จะกลับมา

ด้วยความรู้สึก หลายอย่าง บอกว่า เขาคนนั้น ที่ฉันเฝ้าครุ่นคิดถึง มันไม่ใช่

แต่ไม่รู้ทำไม ยังคิดถึงเธอเรื่อยมา

มันเป็นอะไรที่

มากกว่านั้นจริงๆ

 

ป.ล. ไหนบอกไม่มีเรื่องอะไรจะเขียน

สุดท้ายก็เขียนถึงคนเก่า

และมีน้ำตาที่ปลายตาเหมือนเดิม

ฉันนี่มัน บ้าเหลือเกิน  

 

 

ผ่านไปแล้วนะ

posted on 28 Oct 2009 22:23 by inthemoodforlove

ผ่านไปแล้วนะ การสอบ

สองวัน

ทำได้ ไม่ได้ ตัวเองก็รู้แก่ใจดี

เพราะไม่เคยอ่านหนังสือไว้เลย

ก็เลยต้องมาเก็บอ่านรวดเดียวแบบนี้

เป็นอย่างไรบ้างล่ะ

สตาร์บัคแปดชั่วโมง

อยู่มันอยู่แบบนั้น

เบื่อๆ ก็ออกไปเดินตากลมหนาวๆ

เบื่อๆ ก็ออกไปเดินดูของที่คอสนีย์

ซื้อสมุดมาสี่เล่ม เป็นเซต และที่รัดผมลายแมวสีม่วง มาหนึ่งอัน

ฉันนี่

น่าสมเพชจัง

เหมือนเรื่องสาวนักช้อปหน่อยๆ

หิว ก็ไปกินของทอด

ความจริงแล้ว

จะไปนั่งอ่านกะเพื่อนก็ได้

แต่นี่เป็นเวลาแห่งความเป็นความตาย

ฉันก็เลย ต้องบังคับตัวเอง ให้ทำแบบนี้ ให้อยู่แบบนี้

ไปเจอใครไม่ได้นะ

คงจะเครียดเกินไป หรือไม่ก็ไม่ยอมกินอาหารตรงตามเวลา 

น้ำย่อยก็เลยออกมา

อืมมม ปวดท้อง แสบท้องแฮะ

นั่งรอจนห้าทุ่ม

เพื่อนมารับ

ขอบคุณนะ

ฉันก็ได้นั่งรถกลับบ้าน

มันไม่เร็วกว่ารถไฟใต้ดินเท่าไหร่หรอก

แต่ความรู้สึกที่ได้ หลังจากขับเคี่ยวตัวเองมาทั้งวัน

แล้วมีใครมารอรับ มาเป็นห่วง ก็เป็นอะไรที่ดีนะ

ช่วงนี้ ฉันคิดอะไรมากมายจริงๆ

วันเวลาของฉันหายไปไหนนะ

อยู่ดีๆ สอบเสร็จ ก็รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

ลอยละลายไปกะการอ่านหนังสือใช่ไหม

อืม กี่วันกันนะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ

นานกว่านี้ ไม่ไหวแน่ๆ

ต่อจากนี้ จะขยันทีละนิดๆ สะสมไปดีกว่า

เป็นวันพักผ่อนหลังสอบเสร็จที่ดีนะ

ไปเดินเล่นคลองชองเกชอน ในคลองมีปลาตัวเล็กๆด้วยแฮะ

กลุ่มเด็กม.ปลายญี่ปุ่นมาเป็นกลุ่ม

เด็กมองฉัน คงจะคิดว่าป้าไรนี่ ญี่ปุ่นหรือเกาหลีนะ

เสียงเจี๊ยวจ๊าว ให้ความรู้สึกสดใสดีจัง

ฉันนั่งลงริมคลอง มองน้ำ ปอกส้ม แล้วคว้าส้มเข้าปาก

เคี้ยวไป รอยหยักสมองก็ขยับเบาๆไปด้วย

เป็นการผ่อนคลายแบบฉันเอง

ไปเดินเล่นในร้านหนังสือ เครื่องเขียน

ซื้อกระดาษเขียนจดหมาย ปากกา และสมุดเสก็ตซ์มา

เจอเพื่อนในอีกสองชั่วโมงให้หลัง

ท้อง รอ จน หิว ได้ ที่ พอ ดี

ไปกินของอร่อย อร่อยจัง ก็เลยกินซะเยอะ

ชีส ต็อก มาม่า ซอสหวานๆเผ็ดๆ ไช่ แฮม

ออกมา เจอผ้าพันคอ ที่เรียกร้องฉันให้ซื้อ

ผ้าพันคอผืนนุ่ม ลายไม่มากไม่น้อย แบบนี้ ขนาดนี้ สีนี้ 

ก็เลยซื้อมา

ไปนั่งร้านกาแฟร้านโปรด

สองคน สั่งน้ำส้มปั่นแก้วเดียว

เหตุผล ท้องอิ่ม และ เพื่อสภาวะเศรษฐกิจของพวกเรา

ร้านแสนสวย ไฟสีส้มเหลือง เพลงถูกใจไปทุกอย่าง

ฉันก็เลยนั่งได้เพลิน ฉันก็เลยมีความสุข

คนเข้าๆออกๆร้านเป็นระยะ

ร้านนี้ขายของพวกกระเป๋า โปสการ์ด สมุด กระเป๋าสตางค์

อะไรแบบนี้ด้วย

คนมาด้อมๆมองๆกันตลอดเวลา

ดีจังเลยนะ

นั่นล่ะ

วันนี้ของฉัน

อ้อ กลับบ้าน

ถึงบ้านแล้ว

เพื่อนคนจีนเอาเก้าอี้มาคืน เอาแอปเปิ้ลมาให้ นั่งคุย นั่งเมาท์

ไม่รู้เวลาเลย อ๊ะ ผ่านไปแล้วชั่วโมงหนึ่งหรือนี่

นี่ก็เที่ยงคืนครี่งแล้ว

ฉันควรไปนอนเสียที

พักมากๆ จะได้สดใสทุกๆวัน

เพื่อนบอกว่า ฉันดูเปลี่ยนไป ดูเข้าอกเข้าใจ แล้วก็ปกป้องเกาหลีมากขึ้น

อืมมม ฉันก็ยังรักญี่ปุ่นมากกว่าอยู่ดี

แต่อาจแค่ เกาหลี ก็ไม่ได้แย่ ล่ะมั้ง

 

ป.ล. ขอบคุณเธอ และทุกๆคนนะ

ที่อยู่เป็นเพื่อน เติมสีสันให้ชีวิตในช่วงนี้

มันดีจริงๆเลยล่ะ

 

ไว้วันหนึ่ง ฉันจะเขียนเรื่องเธอให้เยอะขึ้น

ไว้วันหนึ่ง นะ  

ชาเขียวขมๆ

posted on 21 Oct 2009 22:24 by inthemoodforlove

รองเท้าส้นสูง สวย แต่ทำให้เหนื่อยอย่างที่สุด

ค่อยๆลากสังขาร เดินต๊อกแต๊ก เป็นก้าวสั้นๆ ก้าวสั้นๆ ลงเขา กลับบ้าน

ก็เท้ามันเจ็บนัก จะทำอย่างไรได้

คนเดินแซงผ่านไป แซงผ่านไป

ฉัน ก็ยังคงเดิน ช้าๆ อยู่อย่างนั้น

 

ในที่สุดก็มาถึงบ้าน

ด้วยความเร็วระดับเต่าคลาน

วันนี้แต่งตัวซะเป็นคุณหนูดูดี

แต่ฉันขอกลับไปเป็นส้นเตี้ยแบบเดิมดีกว่า

ยอมแพ้

 

เอาตัวแปะลงกะที่นอน

ยังไม่ทันไร

ไม่ได้ตั้งใจจรับโทรศัท์

แต่พิมพ์แมสเสจอยู่

ก็เลยรับไปโดยไม่ตั้งใจ

ไม่อยากจะคุยกะใครทั้งสิ้นในโลกในตอนนี้

ก็แค่เหนื่อยมาก

อยากจะพัก

อยากอยู่เงียบๆคนเดียว

 

คนที่โทรมา

ก็รบกวนความตั้งใจของฉัน

และทำให้อารมณ์เสียๆ ขึ้นไปได้อีก

มันคงเป็นวันนั้นของเดือน

หรือ

ฉันหงุดหงิด

ฉันวิตกกังวล กับวันพรุ่งนี้ ที่จะต้องพรีเซนต์เทชั่น เป็นภาษาเกาหลี

เอามือถือมาดูเป็นระยะๆ

เธอตอบช้านิดหนึ่งก็ หงุดหงิดเสียแล้ว

อารมณ์เสียไม่เข้าใคร ออกใครจริงๆ

 

งอแง

ถึงขนาด กล้าส่งแมสเสจป่องๆไปหาเขา

"ดูยุ่งนะ ฉันจะไม่รบกวนหรอก"

เขารีบโทรกลับมา

ฉันเป็นพวกเรียกร้องความสนใจนี่เอง

ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนา แต่เบื่อ พาล ไปซะหมด

เสียงเนือยที่สุดในโลกใส่เธอ

"ทำไมความรู้สึกไม่ดีล่ะ"

"ไปหานะ จะซื้อไอติมไปให้"

อยากให้มา ไม่อยากให้มา ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

แล้วก็ีไอศกรีมชาเขียวฮาเกนดาส รสขมอย่างที่อยากกิน ก็มาส่ง

ในอีกสองชั่วโมงให้หลัง

รอจนเกือบหลับ

ฟังวิทยุ ฟังเพลงไป เป็นรายการที่ช่วงนี้ฟังอยู่ทุกวันเลย 

อารมณ์หงุดหงิดบ้าๆบอๆหายไปหมดแล้ว

ความง่วงนอนเข้ามาแทนที่

กำลังจะบอกว่า ถ้ายังมาไม่ถึง ไม่ต้องมาแล้วนะ ฉันจะนอน

 

อาจเพราะเวลาดึกแล้ว

ง่วง 

มันก็เลยหนักๆหัวหน่อยๆ

เหมือนกินเหล้า เหมือนกินยากดประสาท

 

ใส่ชุดหมีมาทำไมเธอ จะมาซ่อมรถหรือไร

 

กินชาเขียว กินไอศกรีม

พูดคุย

ฉันสงสารเธอ ก็เพราะเรื่องราวนั้นน่ะเอง

ฉันสุขใจ ที่มีคนตามใจ และทำอะไรให้มากมาย

 

จริงๆแล้ว

เราทุกคนต่างก็ทำตามใจตัวเองใช่ไหม

ไม่มีใครทำตามใจใครหรอก

เขาดูเหมือนตามใจฉัน

แต่ที่จริงแล้ว เขาก็ตามใจตัวเอง

ตามใจตัวเอง ที่อยากจะตามใจฉัน

ถ้าเขาไม่อยากทำ เขาจะทำทำไม

ใช่แล้ว เขาแค่ทำตามใจตัวเอง น่ะเธอ

บอกตัวเองอย่างนี้

อย่างนี้

ใจ จะได้อยู่กับใจ

ใจ จะได้ไม่เตลิดไปไกล

ใจ ยังไม่พร้อมจะเจ็บอีก

 

ชาเขียวขมๆ

แต่เป็นคืนหวานๆ 

ขอบคุณนะ 

 

เธอเอย

posted on 21 Oct 2009 22:06 by inthemoodforlove

ไม่เคยรู้เลยใช่ไหม

ว่าเขาไม่ให้ซื้อรองเท้าให้แฟน

เพราะว่า ต่างคน ต่างจะแยก เดินจากกันไป

ฉันพึ่งรู้จากอาจารย์เกาหลีในห้องก็วันนี้เอง

มันเป็นธรรมเนียมของคนเกาหลีที่จะไม่ให้รองเท้าแฟน

มิน่าล่ะ

ฉันจึงไม่เคยเห็นใครใส่รองเท้าเหมือนกัน

นอกจาก ฉัน แล้ว ก็เธอ

รองเท้าสีฟ้า นุ่มสบาย

พาฉันไปไหนมาไหนต่อหลายที่ 

เจอคนใหม่ๆ ที่ใหม่ๆ ที่เก่าๆ ความทรงจำเก่าๆ

มันก็ปะปนกันไป

รองเท้าสีฟ้า ของเธอ พาเธอไปไหนบ้าง

ที่แน่ๆ รองเท้าของฉัน พาฉันเดินออกไปจากเธอ

และรองเท้าของเธอ ก็พาเธอเดินออกไปจากฉัน

ราวกับ

แม่เหล็กขั้วเดียวกัน

เธอเอย

ใยจึงซื้อรองเท้าคู่ให้ฉันในวันเกิดนะ

เธอเอย

มันคงเป็นดวง

มันคงเป็นกรรม

ใช่ไหม

ที่ยังไงเราก็ต้องแยกจากกัน

แปลกใจ

เธอเป็นคนเกาหลีแท้ๆ

เธอพิถีพิถัน ในการเลือกของขวัญอย่างที่สุด

เธอโกรธฉันแทบตาย ที่ให้เจ้าหมีตัวนั้น 

แต่ทำไม ธรรมเนียมนี้ เธอถึงไม่รู้นะ

มันคงเป็นดวง

มันคงเป็นกรรม

 

เธอ บอก เพื่อน ฉัน

ว่ากำแพงนี้ หากคนรัก มาเดินข้างกัน

จะต้องเลิกรา

น่ากลัวเป็นที่สุด

เพื่อนมาเล่าให้ฉันฟัง ฟังแล้วก็เฉยๆ

ไม่ได้ทันนึกเอะใจอะไร

ไปอ่านเจอในหนังสือ

อ้อ ข้างกำแพงนี้เองนะ

ว่าถ้าคนรักมาเดินด้วยกัน จะต้องเลิกกัน

คุ้นๆ

 

นึกไปนึกมา

คำพูดเธอ ที่บอกเพื่อนฉันน่ะเอง

ฉันผิดเอง

ที่ตอนนั้น

อยากจะอยู่ข้างๆเธอ

เลยไปเดินข้างๆเธอ

พยายามหาเรื่องคุย

ทั้งๆที่ไม่รู้จะคุยอะไร

 

มันคงเป็นดวง

มันคงเป็นกรรม

 

รองเท้า

กำแพง

ฉัน

หรือ

เธอ

หรือ

ใครกันนะ

 

รองเท้าสีฟ้า คงไม่พาเธอกลับมาอีกแล้ว

สีฟ้า เป็นสีแห่งการรอคอย

ฉันยังรอคอยสักวัน

ว่าฉันจะได้พบเจอเธออีก

รักษาสุขภาพดีๆ

ตอนนี้อากาศหนาวขึ้นมากแล้ว

ฝันดี