sentimental friend

posted on 06 Jul 2015 20:22 by inthemoodforlove
คาปิบาร่าบอกว่า ถ้าไม่รู้จะเพ้อที่ไหน ให้มาเขียนบล็อคสิ...
อื้อ... เขียนก็เขียน...
รู้สึกว่า ยิ่งโต ต่อมโรแมนติคก็ยิ่งชำรุด บกพร่องหริอเปล่า มีแต่จะจริง กับจริง เท่านั้น...
ความคิดมากมายที่วนสับสนอยู่ในหัว
เธอกับฉันมีคนรู้จักร่วมกัน แถมอยู่ในวงเดียวกันด้วย...
ใกล้จนไม่รู้จะใกล้ยังไง...
 
เธอถามฉันว่า จริงหรอ จริงหรือเปล่า... ไม่ชอบรุ่นพี่คนนั้นแล้วจริงหรอ...
พร้อมกับจ้องตาฉัน... เธอก็แค่ชอบแกล้งฉัน... ปกติไม่เห็นจะเคยสบตากันเลย...
ถึงสบตา... ก็แบบเพื่อนมากๆ... ฉันรู้สึกแห้งๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย...
มาบอกความลับเรื่องความรักอะไรวันสุดท้ายกันล่ะ... หืม...
ฉันบอกเธอไปว่า ไม่ชอบแล้ว... (ก็ตอนนี้ชอบคนที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า) 
 
แต่ก็ไม่มั่นใจตัวเองอยู่ดี...
ผู้ชายที่อยู่ดีๆมาปรากฏตัวตรงหน้าในวันที่เราคิดถึงเค้าพอดี...
แล้วการสบตากับเค้า... มันคือจักรวาลสำหรับเรา... ก็ไม่ใช่อะไรที่จะลืมกันง่ายๆหรอกนะ...
แต่ป่านนี้... ก็ยังไม่กล้าโผล่หน้าไป... ไม่กล้าไปหา...
ได้รับการยืนยันจากเธอแล้วว่า พี่คนนี้มีแฟนแน่นอน...
แต่ถึงอย่างนั้นภาพพี่เค้าที่มีในใจมากว่าสิบปี... มันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ดีนั่นแหละ...
 
เธอเป็นคนแบบไหนกันนะ
แม้แต่คุณทำขนมปังยังไม่บอกฉันเลย...
เธอบอกฉันเกือบทุกอย่าง เกือบจะทุกอย่าง...
แต่เธอก็ยังมีกลุ่มแฟนๆอยู่ในอินสตาแกรมอยู่นั่นเอง...
แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้ลงรูปคู่ในอินสตาแกรมกับเธอ...
เป็นผู้หญิงคนเดียวในอินสตาแกรมเธอด้วย...
มันมีความหมายอะไรไหม...
หรือมันไม่มีความหมายอะไรเลย...
 
ฉันควรจะคิดมาก...
หรือฉันควรจะไม่คิดอะไรเลยกันแน่...
ฉันคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม ว่าเธอบินมาหาฉัน
หรือจริงๆเธอแค่มาเที่ยว... แต่เธอก็ดูไม่อยากไปที่ใดเลยนอกจากร้านดอกไม้กับมูนบาร์
คาปิ ฉันได้ไปบาร์ชื่อมูนบาร์แล้วนะจ๊ะ ถึงจะไม่ใช่บาร์ชื่อมูนวอล์คก็ตาม...
 
หรือมันจบแล้ว
หรือมันจบแล้ว
เธอบอกให้ฉันเชื่อเธอ เธอบอกว่าเธอกลับมาแน่ในเดือนนี้...
แต่เธอแค่หายๆไป... ในช่วงนี้...
และสัญชาติญาณความคิดมากในแง่ลบของฉันก็ทำงานใหญ่เลย...
ไม่แปลกหรอก... ฉันเคยโดนเด็กๆทิ้งมาแล้ว :) โดนอีกรอบจะเป็นไรไป...
จริงๆแล้ว... ว่าจะทิ้งเธอไว้ที่สนามบิน ไม่ไปรับด้วยซ้ำ... กลัวว่าต้องเกิดความสัมพันธ์แบบนี้...
กลัวต้องเกิดความสัมพันธ์แบบป้าหวั่นไหวอีก...
หืมมมม จริงๆแล้วสองวันแรกที่เราอยู่ด้วยกันก็ไร้เพศมากเลยเนอะ ฉันแค่อยู่กับเธอแล้วสนุกดี 
ไม่ได้ชอบ คิดว่าเธอเป็นเพื่อนสาวด้วยซ้ำ...
 
ที่มาชอบ... เพราะโดนเสียงเปียโนจากเธอสะกดใช่ไหม...
บอกมานะ... 
คนอะไรเล่นเปียโนได้เพราะ ได้หวานขนาดนี้...
มันจะดีมากๆเลยนะ ถ้าเธอส่งให้ฉันแค่คนเดียว... ขอให้เป็นแบบนั้นได้ไหม...
 
มีคนบอกว่าเรารอยยิ้มเหมือนกัน
หน้าตาเหมือนพี่น้องกัน...
ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้ง...
เธอเลยไม่หวั่นไหวกับฉัน...
แล้วฉันก็ไม่หวั่นไหวกับเธอใช่ไหม...
 
เธอไม่เคยแสดงตัวว่าแมน ถือของให้ กันข้ามถนนหรือว่าอะไร
มีแต่ถามว่าหล่อหรือยัง กลัวไม่หล่อ...
ซื้อเสื้อเปลี่ยน เพราะโดนฉันทัก... แต่นิสัยตุ๊ดๆของเธอฉันก็กลับเอ็นดูนะ...
สรุปว่าฉันชอบเธอหรือไม่ ก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง
รู้แต่ว่าคิดถึง
รู้แต่ว่าเหงาไป... เมื่อเธอไม่อยู่...
วันแรกๆที่เธอไป... ตอนที่ต้องขับรถคนเดียว มองที่นั่งข้างๆว่างๆที่เธอนั่งข้างๆแล้วก็อมยิ้ม...
คิดว่าเดี๋ยวเธอก็กลับมา... แต่ตอนนี้ อะไรๆก็ไม่แน่ใจเสียแล้ว... 
ได้โปรดรีบกลับมาได้ไหม...
 
ฉันคงจะไม่คิดมาก...
ถ้าเธอไม่ส่งกลอนนั้นมา... ฉันจะไม่คิดอะไรเลย...
แต่กลอนดันบอกว่า "ฉันจะรักเธอมากขึ้นทุกวัน..." แล้วป้าจะเหลือหรอ...
ป้าไม่เหลือเลย... อมยิ้มฝันหวานแบบเด็กสาวๆไปเรียบร้อย...
หลังจากนั้น... ทุกๆอย่างที่เธอทำ ก็เก็บเอามาตีความหมด... ไม่ดีเลย...
 
ฉันควรจะดีใจใช่ไหม ที่ครั้งหนึ่งสิงโตไปเยี่ยมฉัน
ตอนที่จะเจอสิงโตนั้น ฉันตื่นเต้นมาก เกือบไปทักคนผิดในสตาร์บัคด้วย...
แต่ดีใจที่คนที่เข้าใจผิดไปคนนั้นไม่ใช่เธอ... ก็มันไม่มีรัศมีน่ารักเลยน่ะสิ...
เธอจัดการตัวเอง ซื้อซิมได้เก่งกาจมาก แล้วก็บอกฉันว่าเธออยู่หน้าสตาร์บัค ฉันก็อยู่หน้าสตาร์บัคเหมือนกัน
ฉันหันไปเห็นเธอ หน้าเหมือนในอินสตาแกรมเด๊ะเลย... เด็ก... เธอดูเด็ก... แล้วเธอก็เป็นเด็กน้อยจริงๆ...
หัวสีทองๆเหลืองๆฟูๆเหมือนสิงโต มีหูฟังสีเหลืองคล้องคอด้วย...
เธอดูตื่นเต้นมาก... พูดไม่หยุดเลย... จนขึ้นรถแล้ว... เธอทำให้ฉันเสียสมาธิในการขับรถ
แต่เธอก็ตลกดี... แล้วฉันก็หัวเราะตลอดเลย...
ฉันถามว่า เธอทำแบบนี้บ่อยไหม ออกมาเที่ยวกับคนแปลกหน้าที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ต...
เธอบอกว่าครั้งแรก... ฉันก็ครั้งแรกเหมือนกัน...
 
ไปเอเชียทีค... ฉันเลยโดนมองเป็นคนต่างชาติไปด้วยเลย
แต่ก็สนุกดี... อาหารหวานทุกอย่าง...
สองวันก่อนหน้า... ฉันยังมาที่นี่กับวัวอยู่เลย...
แต่กับวัว... มันเป็นเรื่องเศร้าไปแล้ว... มันเป็นเรื่องเศร้าไปตั้งนานแล้ว... 
อาหารที่เราสั่งมา... มันเป็นกุ้งทุกอย่าง... นี่มันเป็นอาหารไทยที่ไม่ไทยเลย... แต่เธอก็กินได้อย่างเอร็ดอร่อยมาก... ฉันนึกถึงร้าน "คราม" จัง... ที่นั่นอร๊อย อร่อยนะ... 
ไม่มีมื้อไหนที่เธอไม่เลี้ยงฉัน... แม้จะขนมหรือเครื่องดื่มของหวานเล็กๆน้อยๆ ขอบคุณนะคะ
แต่ฉันก็เป็นคนขับรถให้เธอ... เคยพาเธอนั่งบีทีเอสครั้งนึง... อยากเอาเธอไปออกในที่สาธารณะบ้าง...
อยากให้ฉันไม่ต้องขับรถบ้าง... มันก็ดีนะ แม้เธอจะบ่นร้อนบ้าง... แต่ในบีทีเอสเย็นดี... เธอชอบ... เธอไม่อยากลง... ฉันบอกว่า... นั่งอยู่ในนี้ก็ได้นะ... ฉันก็แกล้งเธอเรื่อยๆ วันแรก วันที่สอง... จนวันสุดท้าย...
 
มาแกล้งไม่ได้แล้ว เพราะกลอนอันนั้นของเธอ... ทำให้หมดความมั่นใจไปเลย...
อยากให้ทำอะไรก็ไม่ต้องคิดมากแบบแต่ก่อนจัง...
 
พาเธอเข้าที่พัก... บางทีเธอก็มีมุมที่ฮิโด้ยเหมือนกันนะ...
เพราะวันที่สอง... ฉันจำเป็นต้องไปรับป๊ากับม้าที่สนามบิน... พวกเขาบินกลับมาจากเกาหลี...
ฉันเป็นห่วงว่าเธออาจจะไม่อยากไปสนามบิน อาจจะไม่สะดวกที่จะเจอพ่อแม่ฉันไหม อยากไปเที่ยวที่อื่นหรือเปล่า... ถามเธอไปทั้งหมดนั่น... เธอถามกลับมาว่า "ไปคนเดียว ไม่เบื่อหรอครับ" ฉันก็เลยตอบว่าเบื่อ... เธอก็เลยบอกว่า งั้นไปด้วยนะ... อื้ม... ก็เหมือนพี่น้องกันจริงๆนั่นแหละ... เด็กสองคนซื้อของจากคอมบินิมานั่งกินตรงเก้าอี้รอพ่อแม่มา... สมกับเป็นคนเยอรมัน... เธอชอบกินไส้กรอกกับเบียร์... แล้วเพื่อนฉันก็พูดให้กำลังใจแล้วว่า ถ้าเป็นคนเยอรมัน พูดแล้วทำ 85% ... นายคนนี้น่ะ ถึงจะเกิดและโต และเรียนอยู่ที่เยอรมันก็ตาม... เค้าก็มีความเป็นเกาหลีนะ... เปอร์เซ็นต์นี้จะลดลงไหม...
 
แล้วป๊าม้าก็มา... พาเค้าไปกินเอ็มเคโกลด์ เพราะเค้าบอกว่าอยากกินเอ็มเค... ที่น่ารักคือเค้าวิดิโอคอลหาแม่เค้าที่เกาหลี ให้พ่อแม่เค้าเห็นเรา เห็นพ่อแม่เราด้วย... น่ารักดี... มันน่ารักตรงนี้แหละ เธอเป็นคนฉลาดอย่างเหลือเชื่อทั้งไอคิวและอีคิวเลยนะ... ยิ่งอยู่กับพ่อแม่ยิ่งสนุก เค้ายิ่งตลก นายนี่ร้ายนักรู้ว่าจะทำตัวยังไงให้น่ารักมีสเน่ห์ด้วยล่ะ... ไม่มีใครไม่หลงสเน่ห์เค้า... แม่ค้าทุกคนนี่ยิ้มหวาน ยิ้มน้อยยอ้มใหญ่กันหมดเลย เวลาเค้าพูดว่า สวัสดีครับ ขอบคุณครับ พร้อมกับยกมือไหว้ไปด้วย...
 
บางทีก็เผลอๆตีเธอไปเหมือนกันนะ... แต่เดาว่าเราคงจะเป็นพี่น้องกันนั่นแหละใช่ไหม
หม่าม้าถามว่ารู้จักกันได้ยังไง... นี่แหละคำถามที่น่าถามที่สุดใช่ไหม...
หม่าม้าถามว่า รู้จักกันมากี่เดือนแล้ว... ฉันบอกว่าสองเดือน...
แต่คำถามที่ว่ารู้จักกันได้ยังไง... โนอาก็กลับบอกว่าเป็นความลับ...
แต่แม่ก็โกรธไม่ลงอยู่นั่นเอง...
 
เช็คอินที่โรงแรม... เครื่องดื่มต้อนรับนั้นมันน่าอะเมซิ่งแต่ก็รสชาติเฉยๆ
ห้องสวยจังเลย... ชอบจังเลย...
เธอเรียกร้องไปร้านดอกไม้... ฉันก็พาเธอไปร้านดอกไม้...
เธอสั่งดอกไม้หนึ่งช่อ ให้ฉันจัดให้...
แล้วก็เอาไปลงอินสตาแกรมเฉยเลย ว่าฉันให้... จะว่าไป... มันก็ใช่นะ... แต่เธอเป็นคนสั่งไม่ใช่หรอเนี่ยยย...
สุดท้ายฉันก็ต้องเอาช่อนี้กลับบ้านด้วย เพราะเธอเอาไปหมดไม่ไหว...
อะไรที่เธอไม่ชอบแล้ว... เธอก็ทิ้งง่ายๆเลยหรือเปล่านะ...
เธออ่อนโยนมากหรือเธอไม่อ่อนโยนเลยกันแน่นะ
เธอเก็บได้ทุกรายละเอียดหรือเธอไม่เก็บรายละเอียดเลยกันแน่นะ...
แต่ฉันว่าเธอเป็นแบบแรกทั้งหมด...
 
ตอนที่อยู่กับเธอ... ฉันก็บอกว่า ขอฉันโทรหาเพื่อนหน่อยนะ...
เธอก็บอกว่า อื้อ เธอก็จะโทรหาเพื่อนเหมือนกัน...
แล้วมือถือฉันกลับสั่นขึ้นมาได้
เป็นเธอนั่นเองที่โทรมา เธอบอกว่าโทรหาเพื่อน
ไม่รู้จะว่ายังไงดี... เธอเลยสอนฉันคำศัพท์เกาหลีที่แปลว่าเด็กซนเสียเลย...
จ้ะ... ขอบใจมากๆนะ
 
เธอมีอะไรแปลกๆหลายอย่าง อย่างเช่นชอบพูดเสียงดังเวลาตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ
หรือว่า หัวเราะเสียงดังแล้วเป็นเสียงแปลกๆ เธอบอกฉันเองว่าเพื่อนเธอยังบอกว่ามัน disgusting ฮ่ะๆๆ
 
ฉันรู้นะว่าเธอผ่าตัดตา วันนี้
แต่ก็เป็นห่วงจังเลย
ที่มากกว่าเป็นห่วงอาจจะนึกกังวลมากกว่า ว่าเธอจะติดต่อมาอีกไหมหนอ...
 
จะใจร้ายไปมั๊ย ที่วิวที่ทำงานเห็นตึกบันบันทรีชัดเจนทุกวันเลย... แล้วฉันก็คิดถึงเธอมากๆแล้วด้วย
ไม่ยุติธรรมเลย...
แต่ก็เตือนใจตัวเองไว้แล้วใช่มั๊ยว่าอาจเป็นแบบนี้...
เขาแค่แวะมาเที่ยว... ก่อนจะกลับเกาหลี และเยอรมัน...
แค่เวียดนามกับไทยมันใกล้กัน... ก็เท่านั้น... ทำไมงอแงและยังมีความหวังอยู่หนอ...
เธอลงอินสตาแกรมไว้ว่า ขอบคุณแล้วเจอกันอีกในไม่ช้า...
อา... ฉันจะเชื่อเธอได้ไหม...
 
ฉันมันเป็นผู้หญิงที่มีปัญหาด้านความเชื่อเสียด้วยซี...
ยังคลายปมครูอ้อยไม่ได้อีกเพียบหลายปมเลย...
แม้คนที่ดีเพอร์เฟ็คต์อย่างเธอมาอยู่ตรงหน้า ก็จะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรได้...
ไม่คู่ควรกับรุ่นพี่... ไม่คู่ควรกับใครๆเลยทั้งสิ้น... ดูถูกตัวเอง... ทั้งๆที่มันไม่ดีเลย...
ไปทรานซ์อีกรอบจะดีไหม...
 
ทั้งๆที่ชื่อเธอก็บอกอยู่
และฉันก็รู้สึกอยู่เต็มหัวใจว่าเธอเป็นคนที่พระเจ้าส่งมา
แต่ถึงอย่างนั้นความกระวนกระวายใจ ก็ขโมยเอาความมั่นใจไปหมดสิ้น...
 
โนอาที่รัก... เธอน่ารักดีเนอะ... ฉันหลอกเธอเดินจากสถานบีทีเอสช่องนนทรีย์ไปบันยันทรี
มันไกลมากๆ แล้วฉันก็ขออนุญาตใช้ห้องน้ำในห้องเธอเสียเลย... เธอก็ใจดีนะ...
ชอบตอนที่เราได้ยืนแปรงฟันข้างๆกัน มันมีสองอ่าง... กลัวว่าจะไม่ได้ทำแบบนั้นอีกแล้ว... กลัวจัง...
เธอเคยพูดเล่นๆด้วยนะ... เธอบอกว่าถ้าคราวหน้าถ้าเธอมาอีก เธอจะอยู่คอนโดนะ แล้วเธอจะจองคอนโดให้ฉันไปอยู่บันยันทรี... ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ... แต่เข้าใจไหมเด็กน้อย... เขาพูดเล่นนะคะ พูดเล่นก็คือพูดเล่น...
 
แต่ที่ประทับใจคือความเอาจริงเอาจังของเธอ เธอบอกจะสมัครงานร้านดอกไม้ แล้วเธอก็ตั้งใจเขียนคัฟเวอร์เล็ทเทอร์กับเขียนเรซูเม่ส่งเข้ามาจริงๆ... วันนั้นฉันอมยิ้มไปทั้งวันเลยนะ... แต่ความเอาจริงเอาจังของเด็กหนุ่มมันจะอยู่นานแค่ไหน... เดี๋ยวก็หันไปสนใจอะไรอย่างอื่นแล้วหรือเปล่า... 
 
สาธิตา เธอมีปัญหาเรื่องความเชื่อจริงๆล่ะ
ในเมื่อไม่เชื่อก็ไม่สบายใจ...
งั้นก็ลองเชื่อดู ให้สบายใจไปเลยดีกว่าไหม
ครูอ้อยบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เราเชื่อ
หนูเชื่อแบบนั้นจริงๆ
แต่ทำไมยังเชื่อในสิ่งดีๆไม่ได้แบบสุดจิตสุดใจล่ะ
ว่ามันเป็นของเรา เราคู่ควร หรือเชื่อคำพูดของคนที่เค้าดีๆ ตอนที่มีความสุข...
 
ครูขา... ลูกศิษย์คนนี้แย่เสียแล้ว...
 
วันที่เธอไปจากเมืองไทย
วันรุ่งขึ้นเรายังคุยกันดีอยู่เลยเนอะ
แล้วมันก็เริ่มหายๆ เป็นเพราะรูปถ่ายใบนั้นของฉันหรือเปล่า...
เป็นเพราะอะไร... บอกได้ไหม...
คิดเรื่องเธอทั้งวัน คิดเรื่องเธอหลายวันจนปวดหัว...
เรื่องวัวก็กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆไปเลย...
นี่คือย้ายการปวดหัวที่ผู้ชายอีกคน มาอยู่ที่อีกคนหรอ...
 
แต่น่าแปลกนะ ฉันเคยซื้อของขวัญวันเกิดให้วัว เป็นช็อคโกแลตรสนั้น
แล้วเธอก็ซื้อช็อคโกแลตนี้ให้เป็นของขวัญฉัน...
ฉันจะกินมันปลอบใจไปก่อนละกันเนอะ...
 
อยู่กับเธอ ฉันบังเอิญได้เจอพี่ที่เป็นญาติด้วยล่ะ... เลยให้เขาถ่ายรูปให้...
ตอนเธอจะลงรูปอินสตาแกรม เธอถามฉันว่า จะลงรูปแล้วนะ เอารูปไหนดี...
แล้วเธอก็ลงรูปที่ดูกลางๆ ดูอยู่ได้นานกว่าจริงๆด้วย เป็นรูปที่ดูแล้วจะบอกว่าเพื่อนก็ใช่นะ...
มันไม่คนรักอ่ะ... แต่ดูนานๆได้ไม่เบื่อดีนะ... ขอบคุณมากๆนะคะ
 
ฉันนึกจะขอบคุณอะไรไม่ค่อยออก นอกจากกว่าขอบคุณนะคะ ที่ทำให้สามวันธรรมดาของฉัน เหมือนกลายเป็นการพักผ่อน วันหยุดสุดสัปดาห์ที่พิเศษไปด้วย ขอบคุณที่ทำให้หัวเราะกับยิ้มได้เยอะมากๆ อยู่กับเธอไม่เคยต้องเกร็ง กังวล ฟอร์ม ไม่เป็นตัวเอง... แต่สบายใจมากๆ (ก็เข้าใจผิดไปนี่นา ว่าเธอเป็นเพื่อนสาว) ฉันควรจะหยุดกังวลได้แล้ว และคิดแต่สิ่งดีๆ ถ้าเธอบอกว่าจะมา ก็คือมาสิ แต่ทำไมฉันทำใจให้เชื่อแบบนั้นไม่ได้เลย...
 
เอาเป็นว่า คิดถึงได้ แต่คิดถึงแต่ด้านดีๆ
 
สาทรก็ยังขับรถผ่านอยู่ทุกวัน
ร้านดอกไม้ก็ยังต้องไป
เธอใจร้ายจังเลยรู้มั๊ย
คนใจร้าย
 
ขอให้ตาปลอดภัยทุกอย่าง
หายเป็นปกติดีๆนะ
 
จากคนที่คิดมาก 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! ปิ๊งป่อง!! ฉันว่าใช่
นี่คือย้ายการปวดหัวที่ผู้ชายอีกคน มาอยู่ที่อีกคน
สำหรับคนที่มองความรักเป็นเหตุผลเหนืออารมณ์แถมไม่มีประสบการณ์จริงอย่างฉันแล้ว
คงจะตอบได้ว่า แหมม มันก็ดีนี่นาที่มีคนมาให้เพ้อ
เราสามารถเพ้อแบบไม่นึกผลที่จะตามมาได้มั้ย?
เธอช่างเป็นคนที่ชอบอารมณ์ตอนตกหลุมรักเสียจริง
เพราะงั้นควรจะตกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ควรเป็นหลุมลึกเกินกว่าจะขึ้นมาได้ด้วยตัวเองนะ
เรื่องหัวใจมันช่างเป็นเรื่องของตัวเอง ที่ต้องจัดการด้วยตัวเองซะด้วย
จากที่อ่านดูแล้วโนอาช่างเป็นคนที่มาจากซีรี่ส์จริงๆ
หรืออาจจะมาจากดาวดวงอื่นเหมือนโทมินจุนก็ได้ใครจะรู้ 555
แต่ฉันก็ชอบอ่านเรื่องเพ้อๆของเธอนะ
นี่อ่านเรื่องความรักของเธอมากี่ครั้งแล้วนะ?
มันเยอะมากเลย หันมามองตัวเองแล้วต้องประหลาดใจเลยล่ะ 555
อืม..บางทีการพาคนแปลกหน้าเข้ามาในสถานที่ประจำวันก็มีความเสี่ยงสูงเนอะ
พอเค้าหายไป แต่ละวันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วอ่ะ
แต่ว่า..เห้ย มันก็นับเป็นมิตรภาพดีๆสำหรับเพื่อนทางอินเตอร์เนตแล้วนะ
ที่เหลือก็คงแล้วแต่โชคชะตาแล้วล่ะ
ขอให้เธอสดใส สวนทางกับอากาศเข้าหน้าฝน(ที่ฉันชอบ)ตอนนี้นะจ๊ะ!