2shy

posted on 06 Aug 2015 23:06 by inthemoodforlove
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหมือนอย่างเคย... :)
เรื่องไปฮ่องกงก็ยังไม่ได้เขียนเลย
เรื่องสิงโตจากไป...
เธอจะกลับมาอีกไหม...
แต่ฉันโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง...
เรื่องมีเด็กๆต่างชาติ แปลกหน้า เข้ามาในชีวิตหลายคน...
แล้วยังเรื่องช่วงเวลากับเพื่อนๆกับร้านดอกไม้ ที่รักกันหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเราชอบอยู่ด้วยกันมาก และมันสนุกมาก... ทุกๆครั้งที่เจอกัน สนุก อบอุ่น เท่านี้ก็พอแล้วมั้ง
กิจกรรมจะเป็นแบบไหนก็ได้
ไปไหนก็ได้
กินถูกกินแพงยังไงก็ได้ (ส่วนใหญ่ก็กินไม่แพงแหละ)
แต่นั่นคือโคตรดีอ่ะ...
คนที่อยู่ด้วยมันสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดๆทั้งสิ้น
แค่เบียร์กะแคบหมูในร้าน
แหนมหมูที่เจ้านายเอาไปเล่น แล้วพอมีลูกค้าเข้าร้านก็รีบยัดใส่มือฉันให้เอาออกไปเพราะมันมีกลิ่น...
555
 
แล้วยังมีเรื่องไปดูเจ้าชายน้อยนั้นอีก...
เจ้าชายน้อยที่ใครบางคนชอบ
เจ้าชายน้อย ที่เจ้าชายน้อยส่งสติ๊กเกอร์เจ้าชายน้อยมาให้ฉัน... 
ฉันคงไม่ได้เล่นส่งสติ๊กเกอร์นั้นกับใครอีกแล้ว
พวกคนชอบคิดมาก
พวกคนชอบคิดกังวล
พวกคนชอบคิดลบๆและกังวลไปเอง...
ทำไมฉันจึงเป็นแบบนั้น...
 
ตอนนี้ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ฉันอยากมี อยากสร้างขึ้นมาในตัวเองมากที่สุด...
เลย...
การอยู่กับผู้คนในเชิงบวก
และเคมีตรงกันก็ช่วยได้นะ...
 
 
 
ฉันจะพูดเรื่องเจ้าชายน้อยก่อนแล้วกัน
มันดี 
ซึ้ง
เค้าจำบทพูดที่ต้องพูดคนเดียวได้ทั้งหมด ตลอดการแสดง 
หนังสือเจ้าชายน้อยทั้งเล่ม
ฉันพบว่ามันยอดเยี่ยมมหัศจรรย์มาก
ที่ฉันชมเค้าไปว่า It's wonderful ก็ยังน้อยไป...
ฉันชอบการสบตาคนแบบนี้จัง
ดวงตาเขาวิบวับกลับมา
ฉันอยากรู้ว่าดวงตาฉันวิบวับกลับไปไหม
แค่สนใจ
แค่อยากสัมภาษณ์
แค่อยากคุยต่อ
คิดว่าเค้าเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจ
อยากรู้เรื่องราว ทำอะไรมาก่อนนะ บลาๆๆ ทำไมถึงมาทำสิ่งนี้ และรายละเอียดอีกหลายๆอย่าง...
ฉันอยากสัมภาษณ์คนๆนี้จริงๆนะ :)
ฉันชอบการมาดูการแสดงแบบนี้จัง
นักแสดงทุกคนทุ่มเทมากๆ ผู้กำกับ คนตีกลอง คนแปลบท 
มีซับไตเติ้ลถึงสามภาษา คือ ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส
การแสดงพูดในภาษาอังกฤษทั้งหมด
มันดีมากๆ
มากๆ
มากๆ
 
ครั้งแรกที่ชมละครเวทีแบบใกล้ชิดแบบนี้คือที่เกาหลี ที่แทฮังโน 
แถวนั้นมีโรงละครใต้ดินเล็กๆแบบนี้เต็มไปหมด... 
วันนั้นฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ติดอยู่ในความทรงจำ
แต่จำได้ว่ากลับประทับใจและยืนอึ้งกะวงดนตรี สองคน เล่นสด ร้องสด ข้างทางมากกว่า
ร้องเพราะมาก คนเกาหลี แต่สำเนียงอังกฤษมากๆ ร้องเพราะมากๆ
พี่สาวที่รักก็เลยให้เงินไปสองหมื่นวอน...
คืนนั้นอากาศหนาวมาก แต่เราสามคนก็ปักหลักยืนฟังกันอยู่สามคนเท่านั้นจนจบ... ไม่ไปไหนเลย...
ความงามมีคุณค่าต่อจิตใจของคนที่เห็นเสมอ...
 
หมาป่าบอกเจ้าชายน้อย สิ่งสำคัญจริงๆมองไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันคิดว่านั่นเป็นกฏที่ใช้ได้เสมอเลย
อย่างความรักที่แม่มีให้เรา
กลับดึกๆ แม่ได้ยินเสียงประตู แม่ก็เดินขึ้นมาดู
แม้ว่าฉันจะไม่สบตาแม่ แม้ว่าบางทีจะรู้สึกผิดปนหงุดหงิดที่กลับมาดึก และอยากให้แม่นอนพักผ่อน 
อยากให้แม่หลับไปแล้วมากกว่า 
แบบนี้ไม่เรียกว่าความรักหรือ
 
น้องเรียกฉันว่าฮิปโป และชอบทำท่าสะพรึงกลัวใส่บ่อยๆ
ฉันเลยเรียกมันว่าจิงโจ้น้ำ คนอะไรจะแขนขายาวเก้งก้างได้ปานนั้น
เราเป็นพี่น้องกันจริงๆหรือ
 
มีพี่คนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้
เห็นรูปที่ฉันถ่ายกับครอบครัวเพื่อนฉันคนฮ่องกงแล้ว
เขาบอกว่าฉันหน้าตากลมกลืนเหมือนสมาชิกในครอบครัว 
ฉันเองก็คิดแบบนั้น... :)
อืมมมม... อยากเป็นครอบครัวเดียวกันจัง...
เพื่อนฉันบอกว่า ฉันเป็นสมาชิกของครอบครัวนี้อยู่แล้ว เป็นเสมอ...
มาเมื่อไหร่ก็เป็น...
รู้สึกขอบคุณมากๆเลย...
ไม่คิดว่าจะมีเพื่อน น้องชายเพื่อน และแม่ ที่เค้ารักเราได้ขนาดนี้
คุณพ่อไม่ค่อยแสดงออก แต่เค้าก็น่ารักมากๆๆๆ ชอบยิ้มหวาน กับยกมือทักทายบ่อยๆด้วย
พี่อ้อไม่อยู่แล้ว... พี่อ้อที่พาน้องโกวเย่งไปร.ร.ตั้งแต่เด็กๆ 
มันจะต้องผูกพันกันมากๆแน่เลย... ตอนจากมาจะใจหายแค่ไหนนะ...
พี่ที่ร้านทำผมยังอยู่... เห็นพี่เค้าพูดฮ่องกงเก่งมากแล้วก็ปลื้ม อึ้ง ทึ่ง อิจฉา 
อยากเป็นแบบนี้บ้างจัง...
 
แม่แท้ๆบอกว่า ลองไปอยู่ฮ่องกงสักสามเดือนสิ...
สามเดือนก็พูดได้แล้ว... :) ฉันก็ว่าแบบนั้นล่ะ
 
เพื่อนฉันเรียกร้องให้ฉันอยู่ไปเลย... เธอไม่จำเป็นต้องกลับ...
ฉันถามเธอว่าแล้วฉันจะทำอะไรที่ฮ่องกงล่ะ...
เธอตอบว่า ก็แต่งงานกับน้องชายฉันไง 
ฮ่าๆๆๆๆ นั่นมันตลกมาก...
เพื่อนบอกว่า คุณแม่ก็จะได้แฮปปี้ คุณแม่ชอบเธอมากๆด้วย
อา... ถามนกหรือยัง...
ฉันรักนกมาก...
และฉันก็เชื่อว่านกรักฉันมากด้วย...
ฉันไม่อยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์
เพราะฉันกลัว
และฉันรักสิ่งที่เป็นแบบนี้มากๆอยู่แล้ว...
 
เรารู้จักกันมากี่ปีแล้วนะ... ฉันไปฮ่องกงครั้งแรกเมื่อไหร่นะ...
สามหรือสี่ปีแล้วล่ะ... ฉันว่า...
ดีจังเลยน้าที่ได้มารู้จักกับคริสทีน... ได้โฮสต์แฟมิลี่เดียวกัน... 
เราควงแขนล็อกกันเดินในย่านหม่องก๊ก...
นั่นเป็นวันสุดท้ายแล้ว...
เรามานั่งนับกันว่าเรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว...
เก้าปีแล้ว... นั่นมันนานมากๆเลยนะ กรี๊ด...
ลูกสาวของโฮสต์แฟมิลี่ที่ตอนนั้นเราไปพักด้วย
ตอนนั้นอายุ สิบเอ็ดปี ตอนนี้ก็ยี่สิบปี...
คงเป็นสาวมากแล้ว...
เราต้องจำเธอไม่ได้ และเธอก็ต้องจำเราไม่ได้แน่นอน...
 
แต่ฉันเวลาอยู่กับคริสทีนแล้วก็ไม่เห็นรู้สึกว่าจะแก่กันเลย...
อาจเพราะเราเจอกันตอนทั้งสองยังเด็ก... ยิ่งคริสทีนยิ่งเด็กมาก... อายุสิบเจ็ดเอง...
เพราะฉะนั้น... เวลาอยู่กับเธอ... มันก็ยังรู้สึกอ่อนเยาว์อยู่แบบนั้น...
ใช้คำว่าเราเติบโตมาด้วยกันก็ได้เนอะ
นอนดูเพดานดาวเรืองแสงที่คุณพ่อเธอทำให้
บางปีก็หลายครั้งหน่อย
บางทีก็หลายๆปีไปที
คุยกันจุ๊กจิ๊กแบบผู้หญิง แต่ว่าเราสองคนไม่ใช่ผู้หญิงปกติ...
นั่นทำให้เราเข้ากันได้ดี...
ฉันโดนคุณลุงคนหนึ่งเตะในรถไฟใต้ดิน ไม่แน่ใจว่าคุณลุงตั้งใจรึเปล่า
แต่อีกสักพักคริสทีนโดนเตะด้วย
เธอเลยหันไปส่งนิ้วกลางให้คุณลุง...
โห เพื่อนฉันเด็ดจริงๆ ประทับใจมาก
เขาจะเตะเราทำไมกันนะ...
 
ชอบตอนที่ไม่ได้เจอกับนกมาสองปีแล้ว
ฉันสงสัยว่านกจะทักทายฉันยังไงนะ
นกขยี้หัวฉันแบบไม่ต้องลังเลเลย...
ก็ฟินกันไป...
น่ารักจัง...
 
นกพาไปกินอาหารทะเลแบบที่อยากกิน
ร้านที่ฉันอยากกินมันไกลมาก นกก็อุตส่าห์พามากินอาหารทะเลที่เหยามาเท
มันน่ารักจัง...
 
เวลาอยู่กับคนที่ถูกต้อง กินร้านถูก หรือแพง กินอะไรก็อร่อย...
 
นกฮ่องกงฉลาดจัง...
เธอถามฉันว่า เธอมีปัญหาเรื่องความรักใช่มั๊ย ก็เลยมาฮ่องกง
เธอเป็นนกที่แสนรู้ และรู้จักฉันดีที่สุดในโลก... ฉันจะไม่รักเธอได้ยังไง...
เธอไม่ค่อยเปิดเผย ไม่ค่อยบอกอะไรมากเกี่ยวกับฉันเรื่องความรัก... 
ฉันก็บอกเธอบ้าง... แต่ไม่ทั้งหมด... แต่แค่ได้อยู่กับเธอ
หรืออยู่ไกล แต่รู้ว่ามีเธออยู่ มีเธออยู่ในโลกนี้อีกคน... ก็เป็นความรู้สึกที่แสนพิเศษแล้ว...
 
ประทับใจ ตอนที่เธอแนะนำร้านน่านั่งให้ มันดีจริงๆนะ
มันดีเสมอ ถูกต้องเสมอล่ะ
ถ้าเป็นเธอแนะนำ หรือออกมาจากความคิดเธอ
 
ฉันเริ่มรู้สึกรำคาญหนุ่มฮ่องกงที่มาชวนด้วย...
ฉันเริ่มทำตัวร้ายกาจ... คราวนี้แย่กว่าครั้งอัลเฟร็ดอีก...
ตอนครั้งอัลเฟร็ดนั้น... น้องฮ่องกงเหมือนจะแกล้งอัลเฟร็ด
โดยการโอบไหล่ฉันบ้างล่ะ แกล้งเอารองเท้าไปซ่อนบ้างล่ะ
แต่คราวนั้นแม้อัลเฟร็ดจะแป้กๆ แต่มันก็ยังใสๆนะ
 
คราวนี้นกไม่ได้มากินร่วมกับเรา...
เราสามคน ฉัน เพื่อน นก แท็กมือกัน...
 
กับคนที่ไม่แคร์แล้ว เราก็จะทำตามใจ เราไม่แคร์เขาจริงๆ...
ยิ่งวิธีพูดแบบนั้นด้วยแล้ว มันทำให้ฉันหงุดหงิดจริงๆ 
ก็ได้ข้อสรุปว่า แค่เคมีไม่เข้ากัน...
แต่เพื่อนอีกสองคนที่เขาพามาดีนะ
ตลกดี...
มีคนคาซัคสถานที่เหมือนจะใจตรงกับฉันหลายอย่างด้วย
ตลกดี
ไม่หลงใหลเลย
อารมณ์โคตรเพื่อนคนนึง...
นั่นจะดี ถ้าเราเป็นเพื่อนกันไปตลอด... ได้โปรด อย่าเปลี่ยนไป...
ช่วงนี้มีคนเข้ามาอย่างแปลกๆเยอะ
งงๆ
แต่ไม่ได้ชอบสักคน...
เลิกคิดมาก... แล้วก็สรุปว่าตัวเองไม่ได้ผิดปกติ...
ก็ไม่ได้ชอบอ่ะ ให้ทำไง... ก็สรุปง่ายๆว่าเคมีไม่เข้ากัน จบ... จะได้ไม่ต้องคิดมากล่ะ
 
ฉันคิดถึงสิงโต
ไม่รู้เค้าจะกลับมาอีกไหม
แต่เค้าก็มีบุญคุณหลายอย่าง ในช่วงเวลาหนึ่ง
ที่แน่ๆ คือเขาทำให้ฉันเลิกกับวัวได้อย่างเด็ดขาด ไม่อยากกลับไปอีกเลย...
นั่นก็ดูจะเป็นบุญคุณหนักหนาแล้ว... เป็นบุญคุณของพระเจ้าด้วย...
ไม่ใช่วัวไม่ดีนะ วัวมีความดีต่อฉันหลายอย่าง แต่การคบกัน มันไม่เกื้อหนุนกัน
มันไม่ส่งเสริมฉัน แล้วมันก็ไม่ส่งเสริมวัวด้วย
 
มันเกิดขึ้นในรถบัสหลังกลับมาจากการไหว้เจ้าแม่กวนอิม...
ฉันปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป
ทั้งๆที่เราก็สบตากันบ่อยๆ
แต่ฉันก็ปล่อยให้มันผ่านไป
เพราะว่าฉันอายมากเกินไป...
ทั้งๆที่เขาก็ชวนคุยแล้วด้วย...
ฉันควรจะพูดอะไรสักอย่าง หรือชวนคุยต่อ... แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ... อ่อนมากๆ
ปล่อยให้เราแยกจากกันไป...
แล้วฉันก็เดินเข้า Abercrombie ก่อนจะไปหลงเสน่ห์กลับกลิ่นร้านต่อ
แล้วเขาก็หายไป ในโลกใบนี้ เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
และถ้าเจอ ฉันก็อาจจะไม่ได้ชอบเธอ
แค่วันนั้น
มันเป็นแค่ความหลงใหล มันเป็นแค่ความรู้สึกติดค้างในใจ
 
แต่มิตรภาพกะนก... มันดูยิ่งใหญ่ยาวนานดีนะ ฉันชอบ...
ไม่มีอะไร คาดหวังได้
วันสุดท้ายยอมรับว่าแป้กและเสียใจเหมือนกัน
แต่ก็กลับไม่โกรธเลย
เข้าใจทุกอย่าง
เข้าใจว่าเดี๋ยวเราก็เจอกันอีก
 
ฉันกับเพื่อนยืนร้องไห้กอดกันที่สนามบิน
นั่นมันตลกมาก
เพราะฉันมาฮ่องกงคราวนี้แค่สี่วันเอง...
ฉันนึกไม่ถึงว่าเพื่อนฉันจะร้องไห้ออกมาก่อน
เธอยึดกระเป๋าฉันไว้ไม่ให้ไป
ฉันก็เลยร้องไห้ออกมาตาม...
นั่นมันติงต๊องมาก...
นก... เธอควรมาดูแลผู้หญิงทั้งสองคนในเหตุการณ์แบบนี้นะ...
 
เราทำอะไรซ้ำๆกันเป็นธรรมเนียมทุกครั้งเวลาไปฮ่องกง... 
เช่น...
นั่งคุยกันอย่างยาว ตรงจิมซาจุ่ย ดูวิวตึกติดน้ำ ไฟ แสนสวย...
นี่เป็นวิวที่สวยที่สุดในโลกสำหรับฉัน
ฉันไม่ได้พูดอังกฤษแบบดีเลิศเวลาอยู่กับเธอ
ฉันปรับตามคนที่ฉันคุยด้วย...
แต่เราไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเลย
เธอดูจะเข้าใจได้ดีทุกอย่าง แม้แต่เรื่องที่มันซับซ้อน หรือรายละเอียดเยอะก็ตาม
คุย เล่น คุย เล่น อุ่นใจจัง
 
ตัดผมกับคุณแม่ฮ่องกงทุกครั้งที่ไปฮ่องกง
คราวนี้คุณแม่ทำรูปแบบติดกันของตอนตัดผมให้นก กับตอนตัดผมให้ฉันมาด้วย
รู้สึกเหมือนเดจาวูเลย
 
ไปกินหอยเหล่าซาน
แต่คราวนี้อดกินเจลลี่เต่า
ไปกินหยำฉ่า หรือว่าติ่มซำร้านเดิม เมนูเดิม แต่ว่าอร่อยอ่ะ
 
สิ่งใหม่ๆที่ได้กินก็คือ ข้าวมันไก่ อร่อยมากกกกกกกกก
ไปเดินเล่นตามเส้นทางสายประวัติศาสตร์คนเดียว 
นั่งรถบัสท้องถิ่นที่มีแต่ภาษาจีนคนเดียว
ไปปีนเขาคนเดียว แต่ได้เพื่อนกลับมาเต็มเลย... 
ไปคาเฟ่มูมิน... ที่คราวก่อนๆที่มายังไม่ได้เปิด
มันดีจัง อร่อยจัง วิวก็สวยมาก
ได้ซื้อบ้านมูมินกลับมาด้วย...
ยกสนัฟกินส์ให้โกวเย่ง... ไม่เห็นเขาบอกว่าอะไร... ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่านะ...
 
คุณแม่มาหอมและตบก้นก่อนนอน นี่มันตลกมาก
โดนชองฟงกัด
ชองฟงยังเล่นหมาที่ฉันซื้อให้อยู่เลย
แต่มันดูเหมือนจะจำฉันไม่ได้แล้ว หรือไม่ก็ยังเคืองเรื่องที่ไปเล่นกับบีบีมากเกินไปอยู่
มันเลยงอน...
 
แผลที่ได้จากตอนไปอาทิตย์ธารากะร้านดอกไม้ดีขึ้นมากๆแล้วล่ะตอนนี้
 
เราพึ่งเจอกันไปอีกที เมื่อคืน เหมือนจะอยู่กันเกือบครบเลย
นี่เป็นกลุ่มคนบนโลกที่ฉันรักมาก ต้องมาอยู่กันครบๆแบบนี้ด้วยนะ ทั้งเพื่อนและเจ้านาย
มันสนุก เป็นโลกที่ฉันรัก ได้แสดงออก ผ่อนคลาย
แค่เล่นมุกกะจิกกัดกันเองก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
อะไรจะขำได้ตลอดเวลาขนาดนั้น
น้องลูกเจี๊ยบเข้ามากอดฉันอย่างไม่มีเหตุผล และฉันก็รู้สึกดีกับการกอดนั้นด้วย
รักเพื่อนๆตรงนี้ทุกคนด้วยใจ
เมื่อคืนได้ดูไพ่ให้หลายคน ไม่หมดพลังนะ แต่พลังก็ไม่ได้เต็มเท่าไหร่ เหนื่อยหลายอย่าง
แล้วก็ไม่ได้ดูให้ใครนานแล้วด้วย
ขอสารภาพว่าแม่หมอคิดว่า สมัยก่อนแม่นมาก แต่ตอนนี้ ครึ่งๆแล้วกันนะคะ
คอแห้งก็เลยกินเบียร์ แล้วก็โดนรุ่นน้องที่หน้าตาเหมือนคาปิบาร่า เอาเบียร์ไปกินต่อเฉยเลย...
เพื่อนฉันที่เป็นคนนอกกลุ่ม เค้าบอกว่า เหมือนหลุดมาอีกโลกนึง แต่สนุกดี...
เพื่อนบอกว่าฉันปกติที่สุดในกลุ่มแล้ว...
ฮ่าๆๆ บางทีการปกติในกลุ่มนี้อาจจะเป็นปัญหาล่ะ...
 
เขียนอะไรมามากมายเต็มที
ฉันแค่ดีใจมากๆที่ได้ทำงานที่ลอฟฟีเซียล ที่วันเดย์ฟลาวเวอร์
ที่ได้รู้จักกับโนอา
ที่มีครอบครัวฮ่องกงเป็นของตัวเอง
ที่ได้รู้จักทุกๆคน
รักนกยักษ์มากด้วย เธอยังใส่สร้อยอันเดิมอยู่เลย
สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจจะคือ เธอโตแล้วนะ เป็นหนุ่มน้อย ใครก็ห้ามอะไรไม่ได้ด้วย
แต่ข้างในเธอก็ยังน่ารักและเหมือนเดิมอยู่เสมอสำหรับฉัน
 
ดีใจที่วันนี้ได้กินฟรี
พรุ่งนี้ก็จะได้กินฟรีอีก
ได้ไปดูเจ้าชายน้อย
ได้แชมพูมาฟรี
และจะได้ไปทำสีผมฟรีด้วย
 
รู้สึกขอบคุณชีวิตตอนนี้มากๆเลย
ขอบคุณนะ
แต่เรื่องนอนดึกก็ยังทำอยู่เป็นประจำทุกค่ำคืน... ฝันดีค่ะ... 
 
 
 
 
 
 

edit @ 25 Aug 2015 01:05:01 by in the mood for love

Comment

Comment:

Tweet