1. ฉันเกิดที่เขตบางรัก สีลม ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ดีใจจังที่เกิดที่นี่ แม่มาฝากท้องที่นี่ แม้แต่ชื่อโรงพยาบาลก็บอกถึงพระเจ้าอยู่แล้ว ตอนเด็กๆฉันป่วยพ่อก็จะพาไปที่นี่เสมอ จนแม้โตแล้ว ก็ยังเป็นโรงพยาบาลที่ฉันชอบไป 
 
2. ตอนเด็กๆฉันชอบซิสเตอร์มาก เพราะรู้สึกว่าใจดี สอบเข้าป. หนึ่งได้ที่โรงเรียนพระแม่มารีอุปถัมภ์ ไปสอบเซนต์โยเซฟคอนแวนต์แต่ไม่ผ่าน สุดท้ายได้ที่โรงเรียนราชินี พ่อกับแม่จับเข้าที่นี่เพราะคิดว่าโรงเรียนที่ฉันสอบได้และอยากเข้าไกลเกินไป ประทับใจกับซิสเตอร์ใจดี ที่เก็บผมไว้ในหมวกสีขาว จำได้ว่าฉันบ่นและนึกเสียดายอยู่เสมอๆ
 
3. ตั้งแต่เด็กฉันมีญาติ เป็นลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งที่เป็นคริสเตียน คือไม่เหมือนกับคนอื่นๆในวงศ์ตระกูลเรา จำได้ว่าเธอมักโดนมองในแง่ลบกับการนับถือคริสเตียน ฉันเองไม่ได้รังเกียจอะไร ในใจนึกว่าอยากไปโบสถ์จัง ไปโบสถ์ได้มั๊ย จะได้ร้องเพลงคริสมาสต์เหมือนกับในหนังหรือเปล่า ฉันมีความกระตือรือร้นที่อยากจะไปโบสถ์มานานแล้ว เพราะฉันเคยดูหนัง ฉันชอบฟังเขาร้องเพลงกันในโบสถ์ ฉันคิดว่ามันเพราะมาก ญาติคนนี้แต่งงานในโบสถ์เช่นกัน ฉันได้ไปงานแต่งงานนั้นด้วย
 
4. ชีวิตฉันไม่เฉียดใกล้พระเจ้าอีกเลยเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งไปอยู่ญี่ปุ่นสามเดือน เมื่อปี 2006 ฉันคิดว่าสาเหตุหนึ่งที่เธอเลือกฉันต้องเป็นเพราะพระเจ้าโดยแน่แท้ เพื่อนสนิทของฉันตอนนั้นเป็นคริสเตียน เธอเคยเขียนจดหมายให้ฉันว่า God lead me to you as he send you to me. คำว่า God ในจดหมายของเค้าช่างยิ่งใหญ่และสะดุดใจฉัน จริงๆแล้วยังมีอีกหลายตอนในจดหมายที่เพื่อนกล่าวถึงพระเจ้าอยู่ประปราย อาจเพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนที่ฉันหลงรัก หลงใหล และชื่นชม ฉันจึงประทับพระเจ้าเอาไว้ในใจจากถ้อยคำของเพื่อนคนนี้
 
5. เพื่อนคนนี้ชอบฟังเพลงของ Rod Stewart เพลงที่ฉันชอบมากคือ Have I told you lately ซึ่งเธอเปิดให้ฟังอยู่บ่อยๆ วนกับเพลงอื่นๆที่มีอยู่ในลิสต์ เมื่อฉันเขียนนิยาย ฉันเลยมีโอกาสได้ดูเนื้อเพลงนี้ด้วย เป็นเพลงที่เกี่ยวกับพระเจ้าอีกเช่นกัน เป็นเพลงที่ฉันจำได้ว่าเธอเปิดให้ฟังที่รีสอร์ท และที่ระเบียง...
 
There's a love that's divine
And it's yours and it's mine
Like the sun
And at the end of the day
We should give thanks and pray
To the one, to the one
 
The one คนนี้จะเป็นใครไม่ได้ไปมากกว่า God สินะ ตอนที่แปลเพลงตั้งแต่ตอนเขียนนิยายนั้นก็รู้ว่าเป็น God แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ God
 
6. เคยอ่านหนังสือ secret แล้วเขาให้ตั้งสัญลักษณ์ในใจของตัวเองไว้หนึ่งอย่าง สิ่งนั้นคือ God ของคุณ ไม่ว่าเดินไปทางใด คุณจะได้เห็นสิ่งนั้นอยู่เสมอ จะได้ทำให้สุขใจ ไม่กระวนกระวายใจ แม้ในสถานการณ์ที่อาจจะยาก หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่ปกติ คุณจะได้อุ่นใจยิ่งขึ้น ของฉันกำหนดไว้ว่า สีม่วง และแน่นอน ตอนนี้ฉันกำลังนั่งในห้องแอร์เย็นเฉียบในเสื้อกันหนาวสีม่วงที่ไม่ได้ตั้งใจหยิบตัวนี้มาใส่เลย แต่มันเป็นตัวเดียวที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าขณะนี้
 
7. ฉันคุยกับพระเจ้าอยู่เสมอ และครั้งใดที่ขอพระเจ้า ท่านให้ทุกครั้ง (ทั้งๆที่ตอนนั้นฉันยังเป็นพุทธอยู่ก็ตามเถอะ การคุยกับพระเจ้าเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน และฉันคุยกับพระเจ้ามานานแล้ว)
 
8. ที่เกาหลีมีคนนับถือศาสนาคริสต์เยอะมาก และมีคนมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์อยู่บ่อยครั้ง โบสถ์ก็เยอะ แต่ฉันไม่เคยสนใจเลย 
 
9. ฉันเคยต้องไปสัมภาษณ์อาจารย์คนหนึ่งที่เกาหลี เธอสวยและมีเสน่ห์มาก ไปๆมาๆก็เลยนั่งคุยกันเลย นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอหน้าอาจารย์และคุยกับอาจารย์ เมื่อคุยกันเสร็จ อาจารย์ให้หนังสือเกี่ยวกับศาสนาคริสต์มาเล่มหนึ่ง วันนั้นตอนทางเดินกลับหอ อยู่ดีๆก็มีเสียงเพลง Wall in Your Heart ดังขึ้นในใจเอง
 
Cause there's a wall
In your heart
That no one can get through
And it's cold and it's dark
And you don't have a clue
 
ฉันจึงอีเมลไปบอกอาจารย์ท่านที่ให้หนังสือมาดังกล่าว ฉันพยายามจะอ่าน แต่อาจเพราะเป็นภาษาอังกฤษด้วย ฉันไม่กระตือรือร้นสนใจพอด้วย สุดท้ายก็ลืมๆไป ฉันคิดว่าพระเจ้าพยายามติดต่อฉันมานานแล้ว
 
10. ที่ญี่ปุ่น ฉันพาน้องๆไปดูโบสถ์แห่งหนึ่ง มากกว่าสนใจที่เป็นโบสถ์ของคริสต์ ฉันสนใจสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังมากกว่า แต่พอเข้าไปแล้วก็เกิดความรู้สึกสบายใจจนอยากจะอยู่นานๆ 
 
11. ที่ฮ่องกง ตอนออกไปเดินเที่ยวในเมืองคนเดียว ฉันเจอโบสถ์แห่งหนึ่ง ฉันเข้าไปหลบฝนตอนฝนตก และคิดว่าอยู่ในโบสถ์นี่ดีจังเลย สบายใจดีจังเลย ฉันอยากอยู่ในโบสถ์นานๆ
 
12. ตอนทำงานที่โอเรียนท์ไทย วันแรกที่ไม่รู้จักใครเลย ฉันเข้าไปนั่งกับเพื่อนคนหนึ่ง ฉันนั่งเขียนเนื้อเพลงในสมุด ตอนฟังเลกเชอร์อย่างตั้งใจ เธอถามว่าฉันเขียนอะไร แต่เธอไม่คิดว่ามันแปลก เราสนิทกันอย่างรวดเร็ว เธอช่วยฉันเอาไว้เสมอ เธอเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ตลก บ้า ฉลาด และมีเสน่ห์มากคนนึงที่ฉันรู้จัก เธอเป็นคนที่ฉันสนิทที่สุดแล้วในแบช แน่นอน เธอเป็นคริสเตียน
 
13. ก่อนไปโอมาน ฉันได้ไปโบสถ์แห่งหนึ่ง สวยมากที่จันทบุรี ฉันชอบความรู้สึกเวลาอยู่ในโบสถ์มากๆอีกแล้ว และฉันก็ออกมาอธิษฐานกับพระแม่มารีด้วย
 
14. ฉันมีบทสนทนากับรุ่นพี่คนหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าทำไมเขาจึงพูดถึงพระเจ้า เขาบอกว่าเขาเชื่อพระเจ้านะ แค่คำว่าพระเจ้า สองพยางค์สั้นๆ แต่มันติดในใจฉัน ไม่นานหลังจากนั้น จู่ๆฉันก็ทักเขาไป ถามเขาไปว่าถ้าอยากเป็นคริสต์ต้องทำยังไง เขาบอกว่าไปโบสถ์สิคะ ฉันจึงสอบถามเพื่อนในข้อ 12 ซึ่งตอนนั้นไม่ได้อยู่กรุงเทพแล้ว ฉันจึงได้ลองไปโบสถ์ในวันอาทิตย์เป็นครั้งแรก พาวัวไปด้วย เพื่อนในข้อ 12 ฝากฝังฉันไว้กับแม่แกะของเธอที่โบสถ์แห่งนั้น เธอดูแลฉันอย่างดี วัวไม่เอาไม่ฟังเลย... ก็ไม่เป็นไร... ฉันชอบตอนอธิษฐานเผื่อกับชอบที่คนในโบสถ์ใจดี เค้าไม่ต้องการอะไรจากเราเลย เราจะบริจาคก็ได้ ไม่บริจาคก็ได้ ไม่เคยทำให้ลำบากใจหรือบังคับ มีแต่การให้ มีแต่การมาจับมือ เอาขนมมาให้ เป็นการต้อนรับอย่างอบอุ่น โบสถ์ที่สองที่ฉันแวะเข้าไปโดยบังเอิญก็เป็นแบบนี้นะ
 
15. แม่แกะคอยอยู่เป็นเพื่อนฉันตอนมีปัญหาหลายครั้ง สอนพระคัมภีร์ อธิษฐานเผื่อ อธิษฐานก่อนกินข้าวด้วยกัน แต่ฉันเป็นลูกแกะที่ไม่ขยันไปโบสถ์เท่าไหร่ วันหนึ่งแม่แกะให้ยืมหนังสือมา ในนั้นมีข้อความหนึ่งที่เขียนว่า "หากคุณอยู่กับลูกของซาตาน มันเลื่อนโอกาสที่คุณจะได้เจอกับลูกของพระเจ้าออกไปไกลยิ่งขึ้น" ตอนนั้นฉันยังเป็นแฟนกับวัวอยู่ ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงเศร้า แต่ฉันรับรู้ได้เองโดยไม่ต้องมีใครมาบอกว่า วัวไม่ใช่ลูกของพระเจ้า แต่เป็นลูกของซาตาน (อย่างน้อยก็ในขณะนั้น) มันทำให้ฉันเศร้า
 
16. ฉันไม่เคยเลิกกับวัวได้ทั้งๆที่อยากเลิก กินระยะเวลาคาราคาซังอยู่ถึแปดเดือน สงสารตัวเอง สงสารคนรอบๆตัวเราทั้งสองมาก ตอนนั้นความสุขเป็นยังไง ความสงบของจิตใจเป็นยังไงฉันไม่รู้เลย รู้สึกเหมือนมีไฟมาแผดเผาใจตลอดเวลา... สุดท้ายฉันไปทำบุญ ฉันไปเรียนครูอ้อยมา แล้วสิ่งดีๆก็เริ่มเกิดขึ้น "โนอา" เข้ามาในชีวิตฉัน เขาคือคืนที่มีอยู่จริง ชื่อโนอาจริงๆ ฉันเชื่ออย่างที่สุดว่าเขาคือคนที่พระเจ้าส่งมา เพราะความดีของโนอา ในที่สุดฉันก็เลิกกับวัวได้เด็ดขาดแบบที่ไม่กลับไปอีกเลย ฉันคิดว่าพระเจ้าส่งเขามาเพื่อช่วยฉันจริงๆ 
 
17. โนอามาเมืองไทย เราได้ใช้เวลาร่วมกันสามวัน มันเป็นอะไรที่น่ารักมาก เธอเป็นเด็กซน ฉันรู้สึกกับเธอเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันจริงๆนะ ตอนไปรอรับพ่อแม่ที่สนามบิน เธอเป็นคนน่ารักและไว้วางใจได้ มีความเป็นผู้ใหญ่แม้จะเด็กอยู่ แล้วก็มีความกวนตีน ความเป็นเกาหลีเกิ๊น แล้วก็ดันมีความเป็นคนตะวันตกแบบคนเยอรมันเข้ามาด้วย อยู่กับเธอแล้วขำตลอด หัวเราะตลอด นั่นคือสิ่งที่มักจะเกิดขึ้น
 
18. ฉันต้องการไปโบสถ์เพื่อขอบคุณพระเจ้าที่ส่งโนอาเข้ามาในชีวิต แต่โบสถ์เดิมที่เคยไปนั้นไกลจากบ้านฉันมาก ฉันจึงลองไปโบสถ์ตรงแถวถนนสาทรและสีลมตัดกัน เป็นโบสถ์เล็กๆไซส์น่ารักที่เคยผ่านบ่อยๆ ในวันนั้นคิดว่าจะไปโบสถ์นั้นไม่ก็โบสถ์เซนต์หลุยส์ แต่แม่มาด้วย และข้อบังคับเรื่องทิศทาง ทำให้ไปโบสถ์แห่งนี้ เข้าไปจอดรถโดยที่ไม่รู้จักใครที่นี่ ไม่เคยมามาก่อน ไม่รู้โปรแกรมอะไรเลย ก็เข้าไปฟังเทศน์ พอเข้าไปมีคนเอาใบปลิวมาให้ ก็อ่านดู ก็รู้สึกดี ชอบท่าทีที่คนในโบสถ์ต้อนรับคนแปลกหน้าอย่างเรา ฟังเทศน์แล้วประทับใจมากกับข้อความที่ว่า "ทุกวันนี้เราได้รับมากเกินไปด้วยซ้ำ เรามองไม่เห็นว่าเราได้รับมากขนาดไหน เราควรจะเป็นผู้ให้บ้าง..." นั่นจริงที่สุดในความคิดฉัน พอเสร็จแล้วก็เป็นการร้องเพลง ฉันยังไม่ได้กินไวน์กับขนมปัง เพราะยังไม่ได้เป็นคริสต์ (ทางพิธี) คนในโบสถ์ชวนฉันไปกินอาหารเย็น โชคดีวันนั้นมีเลี้ยงวันเกิดคนในโบสถ์พอดี ฉันเลยได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ ทำไมโบสถ์มันดียังงี้อ่ะ เพื่อนใหม่คนหนึ่งในโบสถ์ถามถึงประสบการณ์ของฉันกับพระเจ้า หรือว่าทำไมมาเป็นคริสต์ ฉันก็บอกเขาไปบางส่วน ฉันชอบที่เขาตั้งใจฟังจริงๆและทำท่าทางตื่นเต้นกับสิ่งที่ฉันบอกไป 
 
19. ฉันไปโบสถ์แห่งนี้อีกในครั้งที่สอง เว้นระยะจากครั้งแรกหลายเดือนมาก บังเอิญมากที่เพื่อนใหม่ในข้อ 18. มานั่งข้างหน้าฉันตอนสวดมนต์พอดี ฉันเลยสะกิดทักเขา จากนั้นฉันต้องไปทำงานต่อ จึงไม่ได้อยู่นาน
 
20. เพื่อนคนนี้ส่งอีเมลมาหาตามนามบัตรที่เคยให้ไว้ เขาส่งหนังสือมาให้อ่าน มันเป็นหนังสือที่ดีมากๆ ต้องอ่านสี่สิบวัน แค่อ่านบทแรก ฉันก็เกิดกำลังใจที่จะมาแชร์เรื่องราวเหล่านี้เสียแล้ว แม้จะเป็นบทสั้น สั้นมากๆ แทบอดใจรอที่จะอ่านบทต่อไปของพรุ่งนี้ไม่ไหว
 
21. ทุกเช้าจะได้อ่านฟีดเรื่องคำสอนในเฟซบุ๊คส์ มักจะกดไลค์ไม่ก็แชร์บ่อยๆ ฉันคิดว่ามันเป็นคำสอนที่เหมาะกับฉันในทุกๆวัน คือไม่สูงหรือไม่ยากจนเกินไป เป็นอะไรที่ใกล้ตัว เป็นอะไรที่ฉันยังทำผิดอยู่ ฉันอยากทำตัวให้ดีขึ้นๆๆจริงๆโดยใช้คำสอนเหล่านี้
 
22. ในบรรดาหนังสือที่เพื่อนให้มา มีเล่มเล็กๆเล่มหนึ่ง หน้าปกเขียนว่า "เพราะโนอามีความเชื่อ ฉะนั้นเมื่อพระเจ้าทรงเตือนให้รู้ถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่ปรากฏ ท่านจึงยำเกรงและต่อเรือใหญ่ เพื่อช่วยครอบครัวของตนให้รอดพ้นจากความตาย และด้วยเหตุนี้เองท่านจึงได้ติเตียนชาวโลก และได้เป็นทายาทแห่งความชอบธรรม ซึ่งบังเกิดมาจากความเชื่อ" พออ่านจบก็ไปหาในยูทูบโดยพิมพ์คำว่า "โนอา ดิสนีย์" ทันที เพราะนึกถึงการ์ตูนตอนเด็กๆที่เคยดู แล้วก็มีจริงๆเสียด้วย ไม่น่าเชื่อเลย
 
ขอบคุณพระเจ้าค่ะ 
ดิฉันวางใจในท่าน
และจะตั้งใจอ่านให้ได้ครบสี่สิบวัน
วันละบท
 
ขอบคุณเพื่อนที่ส่งหนังสือมาให้มากๆด้วยค่ะ
 

edit @ 12 Sep 2015 02:09:20 by in the mood for love

edit @ 14 Sep 2015 00:26:26 by in the mood for love

Comment

Comment:

Tweet